วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สภามะกันหักหน้าทรัมป์
สั่งถอนทหาร
บีบยุติทำสงครามอิหร่าน
4สส.รีพับลิกันร่วมโหวต
สภาผู้แทนฯสหรัฐสร้างปรากฏการณ์เห็นชอบ 215 ต่อ 208 เสียง ไฟเขียวร่างก.ม.จำกัดอำนาจทำสงครามของผู้นำสหรัฐ โดยมี 4 สส.รีพับลิกันร่วมโหวตหนุนเดโมแครตด้วย จี้ “ทรัมป์”ออกคำสั่งถอนทหารพ้นอิหร่าน ถ้ารัฐสภายังไม่อนุมัติให้ใช้กำลังทหาร เพื่อยุติสงคราม
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เสียง ผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจทำสงคราม เพื่อขัดขวางมิให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ทำสงครามกับอิหร่านต่อไป โดยผู้นำสหรัฐฯต้องออกคำสั่งถอนกำลังทหารออกจากอิหร่าน หากรัฐสภายังไม่ได้อนุมัติให้ใช้กำลังทหารหรือประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงมติครั้งนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ล่าสุดในรัฐสภาของประธานาธิบดีทรัมป์และยังเป็นภาพความร่วมมือที่เกิดขึ้นได้ยากจากทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ในการจำกัดอำนาจทำสงครามของฝ่ายบริหาร เพราะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน 4 คน ได้แก่ โทมัสแมสซีไบรอัน ฟิตซ์แพทริกทอม บาร์เร็ตต์และวอร์เรน เดวิดสัน ตัดสินใจลงคะแนนสนับสนุนร่างมตินี้ร่วมกับพรรคเดโมแครตขณะเดียวกันไม่มีสมาชิกจากพรรคเดโมแครตลงคะแนนคัดค้านแม้แต่เสียงเดียวถือเป็นการตำหนิทรัมป์ และวิธีการจัดการความขัดแย้งของเขาอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านี้ พรรคเดโมแครตพยายามผลักดันให้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีทรัมป์มาต่อเนื่องทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพิ่งจะได้รับการสนับสนุนจากพรรครีพับลิกันมากขึ้นช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวขณะนี้ยังคงเป็นไปในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เนื่องจากกฎหมายจะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ต่อเมื่อผ่านความเห็นชอบจากทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางข้อถกเถียงทางข้อกฎหมายที่ว่าข้อมตินี้จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และท้ายที่สุดแล้วประธานาธิบดีก็มีอำนาจใช้สิทธิยับยั้งมติดังกล่าวอยู่ดี
แม้ฝ่ายที่สนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์จะอ้างว่า ร่างมติฉบับนี้จะส่งผลให้แสนยานุภาพและความมั่นคงของประเทศอ่อนแอลง แต่ความอึดอัดใจในพรรครีพับลิกันก็เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาตระหนักดีถึงภาระและความเสี่ยงทางการเมืองที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้
นอกจากนี้ สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันยังได้ตัดงบประมาณสำหรับรักษาความปลอดภัยในห้องจัดเลี้ยงของทรัมป์อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจด้านการเข้าเมือง หลังผู้ดูแลกฎระเบียบของวุฒิสภาตัดสินว่าเป็นการละเมิดกฎงบประมาณ
สำหรับมาตรการดังกล่าวของสภาผู้แทนสหรัฐ รู้จักกันในชื่อ ‘มติร่วม’ (concurrent resolution) ที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านความเห็นชอบเมื่อวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) ต้องได้รับการอนุมัติจากทั้งสองสภา แต่จะไม่ส่งไปให้ประธานาธิบดีลงนาม ทั้งนี้ ตามระเบียบของวุฒิสภา มติร่วมไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่พรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับความพยายามผ่านมติอำนาจสงครามกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พวกเขาเชื่อว่ามติดังกล่าวจะมีผลผูกพัน และจะเป็นเรื่องทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นได้เพียงเชิงสัญลักษณ์ท่านั้น เนื่องจากหากแม้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา แต่ทำเนียบขาวประกาศมานานแล้วว่า ทรัมป์จะใช้อำนาจวีโต้หรือสิทธิยับยั้งของประธานาธิบดีปัดตกร่างมติดังกล่าวไม่ให้มีผลทางกฎหมาย และหากสภาคองเกรสต้องการหักล้างอำนาจวีโต้ แต่ละสภาต้องรวบเสียงสนับสนุนให้มากกว่าสองในสาม ซึ่งตอนนี้เป็นไปได้ยากมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผลการลงมติครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจและความกังวลของสมาชิกพรรครีพับลิกันที่เริ่มมากขึ้นโดยสงครามล่วงเข้าสู่เดือนที่ 4 และยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลาย ส่วนร่างมติอำนาจสงคราม 3 ฉบับก่อนหน้านี้ แม้ไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ช่องว่างของคะแนนลดลงอย่างต่อเนื่อง
สงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า การหยุดยิงที่เกิดขึ้นหมายความว่าสงครามสิ้นสุดแล้วดังนั้น หากมีการสู้รบเกิดขึ้นอีกภายในกรอบเวลา 60 วัน ผู้นำสหรัฐไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรส
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอล และเลบานอนตกลงหยุดยิง แต่มีเงื่อนไขว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องยุติการยิงสิ้นเชิง และถอนกำลังของฮิซบอลเลาะห์ทั้งหมดออกจากเลบานอนตอนใต้ ตามแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่หลังการเจรจารอบล่าสุดที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเมื่อวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น )
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแถลงว่า ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับการยุติการโจมตีอย่างสิ้นเชิง จากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องอพยพกองกำลังทั้งหมด ออกจากพื้นที่ที่อิสราเอลควบคุมทางตอนใต้ของเลบานอน ตั้งแต่บริเวณแม่น้ำลิตานีไปจนถึงแนวชายแดน ทางการสหรัฐฯ จะเข้ามาช่วยแนะนำตั้ง»เขตนำร่อง» ซึ่งจะให้กองทัพรัฐบาลเลบานอน เข้ามาดูแลและควบคุมอาณาเขตแต่เพียงผู้เดียว โดยจะแยกแยะและไม่เปิดโอกาสให้กลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่กองกำลังของรัฐเข้ามามีบทบาทในพื้นที่ทุกประเทศต่างยืนยันร่วมกันว่า อนาคตความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและเลบานอนต้องถูกตัดสินโดยรัฐบาลที่มีอธิปไตยของสองประเทศเท่านั้น และปฏิเสธความพยายามจากรัฐหรือกลุ่มอิทธิพลนอกกฎหมาย ที่จะจับอนาคตของเลบานอนไว้เป็นตัวประกัน
ข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่นี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่มีการทำข้อตกลง «หยุดยิงบางส่วน» ไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 มิ.ย.) ซึ่งกำหนดให้อิสราเอลยุติการทิ้งระเบิดโจมตีกรุงเบรุต แลกกับการที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะไม่เปิดฉากโจมตีอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังเผชิญความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากต่างฝ่ายต่างยังคงยิงปะทะกันตลอดสัปดาห์
ขณะนี้ฮิซบอลเลาะห์ยังไม่มีแถลงการณ์เป็นทางการต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงล่าสุด แต่นายมาห์มูด กามาตี สมาชิกสภาการเมืองของฮิซบอลเลาะห์แสดงท่าทีแข็งกร้าวว่า ไม่มีข้อตกลงหยุดยิงใดๆ มีเพียงแค่การปกป้องย่านดาฮีเยห์ พร้อมยืนยันว่าฮิซบอลเลาะห์จะไม่ปฏิบัติตามข้อผูกมัดใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการเจรจาระหว่างเลบานอนและอิสราเอล เนื่องจากทางกลุ่มปฏิเสธการเจรจานี้ตั้งแต่แรก
มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์กังวลว่าการยกระดับความรุนแรงในเลบานอนอาจกระทบและทำลายภาพรวมข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลและอิหร่าน ทรัมป์ระบุว่าต้องการแยกการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ออกจากการเจรจาเรื่องสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งยังตึงเครียด เมื่ออิหร่านโจมตีคูเวตด้วยโดรนและขีปนาวุธ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต รวมถึงสถานทูตเสียหายมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 60 ราย จนต้องประกาศระงับเที่ยวบินชั่วคราว อิหร่านปฎิเสธว่าไม่ได้โจมตีท่าอากาศยานคูเวต แต่เป็นผลมาจากขีปนาวุธสกัดกั้นของกองทัพสหรัฐฯที่พลาดเป้าหมาย แต่สหรัฐฯปฎิเสธคำกล่าวอ้างของอิหร่าน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี