537.jpg
อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก

อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.46 น.

7 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกาอนุมัติวีซ่าให้นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านและเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่จำเป็นสามารถเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้ตามกำหนด แต่กลับปฏิเสธการออกวีซ่าให้กับสตาฟฟ์โค้ชและผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก ส่งผลให้อิหร่านออกมาประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นการนำการเมืองมาแทรกแซงกีฬา พร้อมเรียกร้องให้ FIFA หรือฟีฟ่า เข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าว

รายงานระบุว่า ทางการสหรัฐฯ ยืนยันการอนุมัติวีซ่าให้นักเตะทีมชาติอิหร่านและเจ้าหน้าที่ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจของทีม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนเกมนัดเปิดสนามของอิหร่านที่จะลงแข่งขันในนครลอสแอนเจลิส วันที่ 15 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุชัดว่าจะไม่ยอมให้มีการใช้ช่องทางดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการลักลอบส่งบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงเข้าประเทศ


ด้านสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำตุรกีตอบโต้ทันที โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ใช้มาตรการที่มีอคติทางการเมืองและแทรกแซงวงการกีฬา หลังจากผู้บริหาร ผู้จัดการทีม และสตาฟฟ์โค้ชจำนวนมากถูกปฏิเสธวีซ่า

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารอย่างน้อย 15 คน รวมถึงประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน รองประธาน และผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร ถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน นักเตะทีมชาติอิหร่านได้เดินทางออกจากแคมป์ฝึกซ้อมในตุรกีมุ่งหน้าสู่เม็กซิโก ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นฐานที่ตั้งหลักของทีมตลอดทัวร์นาเมนต์ หลังต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานกว่า 20 ชั่วโมง โดยคาดว่าจะถึงปลายทางในช่วงเช้ามืดวันที่ 7 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น

เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเม็กซิโกเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เงื่อนไขวีซ่าที่สหรัฐฯ ออกให้นั้นกำหนดให้นักเตะอิหร่านต้องเดินทางเข้าและออกจากสหรัฐฯ ภายในวันเดียวกับที่มีการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งฝ่ายอิหร่านมองว่าเป็นมาตรการที่เลือกปฏิบัติ และเป็นเพียงความพยายามสร้างภาพว่ามีการอำนวยความสะดวกให้กับทีม

แถลงการณ์ของสถานทูตอิหร่านระบุว่า ข้อกำหนดดังกล่าวถือเป็น “การยกระดับการเลือกปฏิบัติอย่างจงใจต่อทีมชาติอิหร่าน” พร้อมเรียกร้องให้ฟีฟ่าเข้ามาแทรกแซงและรับประกันว่าการแข่งขันจะเป็นไปตามหลักความเท่าเทียมของวงการกีฬา

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยเจ้าภาพร่วม ได้แก่ United States, Canada และ Mexico จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ โดยอิหร่านผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มจากรอบคัดเลือกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ก่อนที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เมื่อประเทศเจ้าภาพต้องต้อนรับทีมชาติจากประเทศที่อยู่ในภาวะความขัดแย้งทางทหารกับตนเอง

ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ทีมชาติอิหร่านจำเป็นต้องย้ายแคมป์ฝึกซ้อมจากเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา ไปยังเม็กซิโก เนื่องจากปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อจำกัดที่บังคับใช้กับนักเตะและคณะผู้แทนอิหร่าน แต่ยืนยันว่าการรักษาความปลอดภัยของประชาชนและแฟนบอลในเมืองเจ้าภาพทั้ง 11 เมืองเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะในนครลอสแอนเจลิสซึ่งเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันหลักของทัวร์นาเมนต์

ก่อนหน้านี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เคยแจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาว่า คณะผู้แทนทีมชาติอิหร่านจะต้องไม่มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Islamic Revolutionary Guard Corps หรือกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามร่วมเดินทาง อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านักเตะอิหร่านหลายคนเคยผ่านการเกณฑ์ทหารภาคบังคับภายใต้หน่วยงานดังกล่าวมาก่อน

ทั้งนี้ ทีมชาติอิหร่านมีโปรแกรมลงสนามรอบแบ่งกลุ่มพบกับทีมชาติเบลเยียมในรัฐแคลิฟอร์เนีย และพบทีมชาติอียิปต์ที่เมืองซีแอตเทิล ต่อจากเกมนัดเปิดสนามที่ลอสแอนเจลิส ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ยังคงตึงเครียดและถูกจับตาจากทั่วโลก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top