543.jpg
สหรัฐฯถล่มอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 13 ทรัมป์ขู่พร้อมเปิดศึกครั้งใหญ่ที่สุด

สหรัฐฯถล่มอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 13 ทรัมป์ขู่พร้อมเปิดศึกครั้งใหญ่ที่สุด

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.53 น.

24 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านเป็นคืนที่ 13 ติดต่อกัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมยกระดับการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา หากอิหร่านยังเดินหน้าตอบโต้ผลประโยชน์และพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18.45 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี โดยระบุว่าเป้าหมายคือการทำให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และลดศักยภาพของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่คุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในภูมิภาค


สื่ออิหร่านรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายจุดในพื้นที่เกาะเกชม เมืองอาห์วาซ รวมถึงเมืองอันดิเมชก์และโอมิดิเยห์ในจังหวัดคูเซสถาน ขณะที่สำนักข่าวฟาร์สระบุว่า ย่านที่อยู่อาศัยในเมืองท่าบันดาร์อับบาสถูกโจมตี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 ราย

ก่อนหน้าการโจมตีไม่นาน ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ว่า กำลังพิจารณาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุด หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้พันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอีกระลอก รวมถึงการโจมตีเสาสื่อสารในคูเวต

ทรัมป์กล่าวว่า เขากำลังพิจารณาปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ ซึ่งจะใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า ใกล้จะตัดสินใจแล้ว และทุกอย่างมีความพร้อม

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เตือนว่า เตหะรานจะตอบโต้การโจมตีทุกครั้งแบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

หลังการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อคืนก่อน อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีจอร์แดน บาห์เรน และคูเวต โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ พร้อมยอมรับว่าเป็นผู้โจมตีเสาสื่อสารในคูเวต เพื่อตอบโต้การที่สหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลคูเวตเปิดเผยว่า ด่านพรมแดนอับดาลีติดกับอิรักยังถูกโจมตีด้วยโดรนไม่ทราบฝ่าย ขณะที่กองทัพอิหร่านประกาศว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการตอบโต้ต่อไป ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน

ในอีกด้านหนึ่ง ความขัดแย้งยังลุกลามไปยังทะเลแดง เมื่อกลุ่มฮูตีในเยเมนยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้ประชาคมโลกออกมาประณาม และดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าวิกฤตในตะวันออกกลางจะกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานและเศรษฐกิจโลก

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า สถานการณ์กำลังเข้าใกล้จุดที่ยากจะควบคุม โดยระบุว่า วิกฤตหนึ่งกำลังจุดชนวนสู่อีกวิกฤต และการยกระดับแต่ละครั้งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความขัดแย้งในวงกว้าง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top