วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569
องค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) เปิดเผยรายงานสืบสวนสอบสวนฉบับใหม่ความหนากว่า 150 หน้า ในชื่อ “Falling Through the Cracks: Cambodia’s ‘Crackdown’ on Scamming Compounds” เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2026 โดยเนื้อหาในรายงานชิ้นนี้ถือเป็นการหักล้างคำแถลงของรัฐบาลกัมพูชาอย่างรุนแรง หลังแอมเนสตี้ฯ ระบุว่า มาตรการกวาดล้างกลุ่มทุนต้มตุ๋นออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่รัฐบาลพนมเปญเคยประกาศว่าเป็น “ผลงานชิ้นโบแดง” นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อสร้างภาพลักษณ์ และล้มเหลวในการทำลายโครงสร้างหลักของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลสถิติสวนทางเรื่องเล่าของรัฐบาล
รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ออกคำสั่งขับเคลื่อนมาตรการกวาดล้างครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 โดยรัฐบาลกัมพูชาอ้างว่าสามารถสั่งปิดศูนย์หลอกลวงไปได้มากกว่า 200–250 แห่ง ดำเนินคดีกับผู้ต้องหากว่า 1,000 ราย และเนรเทศชาวต่างชาติมากกว่า 13,000 คน
ทว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกและการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางดาวเทียมของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ใน ฐานที่ตั้งกลุ่มทุนสแกมเมอร์ (Scam Compounds) ทั้งหมด 86 แห่ง ทั่วประเทศกัมพูชา กลับพบความจริงที่น่าตกใจดังนี้:
มีหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปกวาดล้างหรือแทรกแซงจริงเพียง 24 แห่ง (หรือคิดเป็นประมาณ 27% เท่านั้น)
กลุ่มทุนคอลเซ็นเตอร์มากกว่า 70% สามารถเปิดปฏิบัติการต่อไปได้ตามปกติ โดยไม่ถูกรบกวนจากมาตรการกวาดล้างของรัฐ
รายงานตรวจพบพิกัดของศูนย์หลอกลวงแห่งใหม่เพิ่มขึ้นอีกถึง 33 แห่ง ที่เพิ่งถูกสร้างหรือดัดแปลงขึ้นมาในช่วงที่มีการกวาดล้าง
แฉขบวนการ ‘ส่งสัญญาณเตือน’ และการสมรู้ร่วมคิดของตำรวจ
มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ (Montse Ferrer) รักษาการร่วมผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า รายงานฉบับนี้อ้างอิงหลักฐานและคำให้การของ เหยื่อผู้รอดชีวิตจำนวน 73 ราย จาก 16 ประเทศทั่วโลก (รวมถึงภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และลาตินอเมริกา) ซึ่งถูกหลอกลวงด้วยเครือข่ายโฆษณาจัดหางานปลอมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
เหยื่อหลายรายให้การตรงกันว่า มาตรการกวาดล้างของตำรวจกัมพูชาถูกทำลายด้วย "การสมรู้ร่วมคิดและรับสินบน" โดยผู้บริหารศูนย์หลอกลวง มักจะได้รับสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้น ทำให้พวกเขาสามารถเคลื่อนย้ายเหยื่อและอุปกรณ์หนีได้ทัน
"พวกหัวหน้าบอกว่าตำรวจกำลังจะมา แล้วพวกเขาก็ต้อนพวกเราขึ้นรถบัส ขับรถพาหนีข้ามประเทศไปซ่อนตัวอยู่ในภูเขา โดยมีรถติดป้ายทะเบียนทหารคอยขับนำทางอำนวยความสะดวกให้ด้วย" วินตา (Winta) นามสมมุติของเหยื่อสาววัย 16 ปีจากแอฟริกาตะวันออก กล่าวในรายงาน
นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ เช่น ศูนย์ PV01 ในจังหวัดไพรแวง (Prey Veng) ผู้รอดชีวิตระบุว่า ตำรวจท้องที่มักจะเดินทางเข้ามาดื่มกาแฟกับผู้จัดการคอมพาวด์อย่างสนิทสนม และเข้ามาเพียงเพื่อขนย้ายศพของผู้ที่เสียชีวิตภายในศูนย์ออกไป โดยไม่มีการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์เลยแม้แต่รายเดียว
นรกบนดิน: เหยื่อค้ามนุษย์กลายเป็นผู้ต้องหาเมือง
รายงานยังสะท้อนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโหดเหี้ยมภายในคอมพาวด์ ทั้งการบังคับใช้แรงงานทาส การซ้อมทรมานด้วยไม้ช็อตไฟฟ้า และการล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีผู้หญิง 6 รายให้การว่าถูกผู้จัดการขบวนการข่มขืนกระทำชำเราเพื่อเป็น "รางวัล" ให้กับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ทำยอดหลอกลวงเงินได้ทะลุเป้า
ซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อมีการทลายบ่อนหรือศูนย์หลอกลวง แกังอาชญากรกลับลอยนวล ส่วนเหยื่อที่รอดชีวิตมาได้กลับ "ไม่ได้รับการคัดกรองว่าเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์" ตามพิธีสารปาแลร์โม (Palermo Protocol) แต่กัมพูชากลับปฏิบัติกับพวกเขาในฐานะ "ผู้ตรวจคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย" ถูกกักตัวในห้องกักที่แออัด ถูกบังคับให้จ่ายค่าปรับวีซ่าเกินกำหนด (Overstay) หรือบางรายถูกข่มขู่ว่าจะส่งตัวกลับไปยังคอมพาวด์หากไม่มีเงินจ่าย
ทุนคาสิโนบังหน้ายังเติบโต
รายงานของแอมเนสตี้ฯ ยังเชื่อมโยงข้อมูลกับรายงานเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกัมพูชายังคงอนุมัติใบอนุญาตและการดำเนินงานให้กับ ธุรกิจคาสิโนอย่างน้อย 12-16 แห่ง ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าอาคารและพื้นที่ภายในคาสิโนเหล่านั้น ถูกใช้เป็นสถานที่ตั้งของระบบสแกมเมอร์และการกักขังหน่วงเหนี่ยวเหยื่อค้ามนุษย์
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ประชาคมโลกและผู้นำระดับภูมิภาค เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลกัมพูชาอย่างจริงจัง เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่ใช่อาชญากรรมท้องถิ่น แต่เป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของผู้คนทั่วโลกปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล (Sources): Amnesty International Official Report (June 8, 2026): “Falling Through the Cracks: Cambodia’s ‘Crackdown’ on Scamming Compounds” - Amnesty International Statement
Al Jazeera Liberties Investigation: “Cambodia’s Scam Crackdown and the Victims It Left Behind” - Al Jazeera Coverage
JURIST Legal News Network: “Widespread abuses persist in Cambodia cyber scam compounds despite crackdown: report” - JURIST Report
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี