วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
"กัมพูชา"มามุกเดิม ขู่ร้องศาลโลกหากเจรจา UNCLOS แก้ปัญหาเขตแดนทางทะเลล้มเหลว
21 กรกฎาคม 2569 นักวิชาการกัมพูชาใช้มุกเดิม เตือนไทยหากการเจรจาแก้ปัญหาพิพาททางทะลตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ไม่สามารถแก้ปัญหาพิพาทที่เกิดขึ้นได้ กัมพูชาอาจร้องเรียนไปที่ศาลโลกให้ช่วยแก้ปัญหาขัดแย้ง หลังไทยยกเลิก MOU44 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแก้ปัญหาพิพาททะลกับกัมพูชา
นายโพธิ์ โสธิราษฏร์ ที่ปรึกษาอาวุโสประจำศูนย์การศึกษาภูมิภาคกัมพูชา (Cambodian Center for Regional Studies-CCRS) ให้สัมภาษณ์สื่อกัมพูชา THE PHNOM PENH POST กล่าวถึงท่าทีของ รมว.กต.สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่ระบุจะไม่เจรจาทวิภาคีกับกัมพูชา แก้ปัญหาพิพาททางบกตามที่กัมพูชาเรียกร้องตลอดช่วงที่ผ่านมา อันเป็นผลจากการที่กัมพูชาใช้ช่องทางกระบวนการบังคับประนอม CONCILIATION COMPULSORY ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ตั้ง กมธ.ประนอม CONCILIATION COMMISSION จากภายนอกฝ่ายละ 2 คน เพื่อร่วมแก้ปัญหาพิพาททางทะเลหลังไทยยกเลิก MOU 44 โดยเห็นว่ากัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นต้องใช้ช่องทางดังกล่าว เพื่อบังคับให้ไทยต้องเข้าร่วมในการเจรจาประนอมกับกัมพูชา หลังไทยยกเลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว
นายโพธิ์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึง 3 ช่องทางความเป็นไปได้ ที่จะเกิดขึ้นในการเจรจาภายใต้กรอบ UNCLOS
1.ไทย - กัมพูชา สามารถบรรลุสนธิสัญญาฉบับใหม่ภายใต้กระบวนการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเล พร้อมกับสร้างกรอบการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่ทับซ้อน (OVERLAPPING CLAIMS)
2.ไทย - กัมพูชา สามารถบรรลุข้อตกลงทวิภาคี ซึ่งมีเจตนารมณ์คล้ายกับบันทึกความเข้าใจ M0U 44 แต่จะมีมาตรการคุ้มครองที่ดีกว่าเดิม ป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอนตัวออกไปแต่เพียงฝ่ายเดียว
ในส่วนของความเป็นไปได้ข้อที่ 3 ซึ่งนายโพธิ์เชื่อว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น และเห็นว่าหากการเจรจาแก้ปัญหาพิพาททางทะเลล้มเหลวไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันในเรื่องเขตแดนทางทะเลและการกำหนดพื้นที่พัฒนาร่วมในอ่าวไทย จะเป็นเหตุไปสู่ความตึงเครียดในทะเลที่อาจทำให้กัมพูชาร้องต่อศาลโลก (INTERNATIONAL COURT OF JUSTUCE) หากคำตัดสินทางกฎหมายที่มีผลผูกพันผ่านทางศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
(The least desirable outcome, he warned, would be a collapse of negotiations that could increase tensions at sea and potentially Cambodia to pursue a binding legal ruling through the Internationa. of Justice.)
ต้นเดือน มิ.ย.68 สมเด็จขฮุนเซน ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์สื่อกัมพูชาเตรียมร้องศาลโลก หลังรัฐสภากัมพูชา มีมติเอกฉันท์ วันที่ 2 มิ.ย.68 ให้รัฐบาลส่งเรื่องพิพาทชายแดนไปให้ศาลโลกพิจารณาปัญหาขัดแย้ง หลังเกิดความขัดแย้งที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จนเกิดการปะทะเมื่อวันที่ 28 พ.ค.68 ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย และข้อพิพาทบริเวณปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมืนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่กัมพูชาอ้างอยู่ในเขตอธิปไตยของกัมพูชา
สมเด็จฮุนเซน ยืนยันปฎิเสธใช้ช่องทาง MOU 43 บันทึกความเข้าใจแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนทางบก แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เชื่อว่า MOU 43 ไม่สามารถใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสามพื้นที่ดังกล่าว และเห็นว่ามีแต่ศาลโลกที่จะให้ความยุติธรรมแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนทางบกไทย - กัมพูชา
ศาลโลกปฎิเสธคำร้องดังกล่าวของกัมพูชา เห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาคดีของ ICJ เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีศาลโลกและประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก
ธรรมนูญศาลโลก ระบุเงื่อนไขสำคัญในการรับพิจารณาคดีที่มีการร้องเรียนจากชาติสมาชิก คู่กรณีทั้งสองฝ่ายจะต้องเป็นภาคีสมาชิกและยอมรับอำนาจศาลโลกให้พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับอธิปไตยบูรณภาพแห่งดินแดนที่มีปัญหาพิพาท
ประเทศไทยถอนตัวจากการเป็นภาคีศาลโลกและไม่รับอำนาจศาลโลกตั้งแต่ปี พ.ศ.2503
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี