537.jpg
ฮอร์มุซเดือด! สหรัฐ-อิหร่านใส่กันยับ ทรัมป์สั่งสางแค้นฮ.ตก

ฮอร์มุซเดือด! สหรัฐ-อิหร่านใส่กันยับ ทรัมป์สั่งสางแค้นฮ.ตก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ฮอร์มุซเดือด!

สหรัฐ-อิหร่านใส่กันยับ

ทรัมป์สั่งสางแค้นฮ.ตก

ทรัมป์”สั่งถล่มอิหร่านล็อกเป้าฐานทัพเตหะราน 20 จุดในเมืองสำคัญใกล้ฮอร์มุซ ปฏิบัติการต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงรวด อ้างตอบโต้ที่อิหร่านยิง ฮ.โจมตีของทหารบกมะกันตก ขณะที่รมว.ตปท.อิหร่านไม่ยอมรับหรือปฏิเสธแต่เปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพมะกัน 4 จุดในจอร์แดน รวมถึง บาห์เรน คูเวต และอีกหลายแห่งในอ่าวอาหรับ พร้อมประกาศกร้าวถ้ามีการรุกรามเพิ่มก็จัดการขั้นรุนแรงและเด็ดขาด ส่วนรมต.ตปท.โพสต์เดือดเตือนมะกันออกไปให้พ้นภูมิภาคนี้ ถ้าต้องการความปลอดภัย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตึงเครียดขั้นสูงสุดอีกครั้ง หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายแห่งทางตอนใต้ของอิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีเฮลิคอปเตอร์โจมตีของกองทัพบกสหรัฐฯ ตกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาระบุชัดเจนว่า เป็นฝีมือรัฐบาลเตหะราน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่บังคับใช้มาตั้งแต่เดือนเมษายนส่อแววถึงทางตัน


เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US CENTCOM) แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter)ว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เพื่อป้องกันตนเองและตอบโต้ตามสัดส่วน เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) ของวันที่ 9 มิถุนายน 2026 เป็นคำสั่งโดยตรงของประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อตอบโต้ความก้าวร้าวของอิหร่าน ที่ไม่มีเหตุผล

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯเผยว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีระลอกนี้คือ ระบบเรดาร์ ฐานยิงขีปนาวุธ และศูนย์บัญชาการทางทหารของอิหร่าน ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ โดยเฉพาะบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีล่าสุดของสหรัฐฯปูพรมต่อเนื่องนานประมาณ 4 ชั่วโมงพุ่งเป้าโจมตีฐานทหารของอิหร่านเกือบ 20 แห่ง อาทิ เกาะเกชมและเมืองท่าซิริก เป้าหมายสำคัญของปฏิบัติการดังกล่าว รวมถึงเมืองบันดาร์อับบาส และพื้นที่ใกล้เมืองจัสก์ จุดยุทธศาสตร์บริเวณทางเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชนวนเหตุของวิกฤตครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันที่ 9 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ AH-64 Apache ของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเพื่อควบคุมเส้นทางการเดินเรือน้ำมัน ประสบอุบัติเหตุตกในน่านน้ำนอกชายฝั่งโอมาน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวชนกับโดรนพลีชีพ ตระกูล Shahed ของอิหร่านกลางอากาศ อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการชนกันครั้งนี้ เป็นความตั้งใจของอิหร่านหรือเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากโดรนชนิดนี้จะบินตามพิกัดที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า

หลังเกิดเหตุ กองทัพสหรัฐฯสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง โดยส่ง”โดรนทะเลไร้คนขับ” (Unmanned Surface Vessel - USV) รุ่น Corsair ความยาว 24 ฟุต ควบคุมโดยหน่วย Task Force 59 ของกองทัพเรือที่ 5 แห่งสหรัฐฯ เข้าไปปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิตนักบินทั้งสองนายได้สำเร็จภายใน 2 ชั่วโมง โดยนักบินทั้งสองไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงและอยู่ในอาการคงที่

ถึงแม้รายงานเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐระบุว่าสาเหตุยังอยู่ระหว่างสอบสวน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social ทันที โดยระบุว่า พวกอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์ Apache ที่ล้ำสมัยของเราตก สหรัฐฯจำเป็นต้องมีการตอบโต้อย่างเด็ดขาดและทรงพลังต่อการโจมตีครั้งนี้

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมาตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธว่าเป็นผู้ยิงเฮลิคอปเตอร์ตก แต่ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่น่านน้ำสากล แต่เป็นพื้นที่น่านน้ำร่วมระหว่างอิหร่านและโอมาน

“กองกำลังต่างชาติที่เข้ามาอยู่ใกล้เขตรั้วดินแดนของเรา กำลังเผชิญความเสี่ยงตลอดเวลา ทั้งจากความผิดพลาดของมนุษย์ อุบัติเหตุทั่วไป หรือการถูกลูกหลงจากการปะทะกัน ทางออกที่ดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงคือ พวกเขาควรออกไปจากพื้นที่นี้”อารักชี กล่าว พร้อมเตือนทิ้งท้ายว่า กองทัพอิหร่านจะไม่ปล่อยให้การโจมตีหรือการข่มขู่ใดๆผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้เด็ดขาด

นักวิเคราะห์มองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่ย่ำแย่ที่สุด เพราะประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งเปิดเผยก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงว่า สหรัฐฯและอิหร่านอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย ของการเจรจาทำข้อตกลงสันติภาพรอบใหม่เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือน้ำมันผ่านได้สะดวก หลังอิหร่านสั่งลดปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบเหลือเพียงส่วนน้อยนับตั้งแต่เกิดสงครามเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานโลกครั้งใหญ่

ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า หลังสหรัฐเปิดปฎิบัติการโจมตี โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้ที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาร์เชตกว่า อิหร่าน โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดนและเป้าหมายอีก 21 แห่ง ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯเช่นกัน โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ ต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และสถานีเรดาร์ของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ไออาร์จีซีเผยว่า ได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าใส่เป้าหมาย 4 แห่งภายในฐานทัพอัล-อัซร็อกของสหรัฐฯ ในจอร์แดน อ้างว่าเป้าหมายรวมถึงโรงเก็บเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 และศูนย์บัญชาการทางทหาร นอกจากนี้

อิหร่านยังประกาศเตือนว่า พร้อมตอบโต้สหรัฐฯอย่างรุนแรงและเด็ดขาด หากมีการโจมตีเพิ่มในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีรายงานกองทัพอิหร่านยังพุ่งเป้าโจมตีไปยังฐานทัพสหรัฐในบาห์เรน และคูเวตด้วย

อย่างไรก็ตาม กองทัพจอร์แดนเปิดเผยว่า สามารถสกัดและยิงทำลายขีปนาวุธ 5 ลูกที่ถูกยิงจากอิหร่านมายังฐานทัพอัล-อัซร็อกได้สำเร็จ โดยเศษซากจากการสกัดตกในพื้นที่ของจอร์แดน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ต่อมานายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลว่า แม้จะพ่ายแพ้ในสนามรบ สหรัฐฯก็เลือกจะทดสอบความมุ่งมั่นของอิหร่าน กองกำลังติดอาวุธอันทรงพลังของเราจะไม่ปล่อยให้การโจมตีหรือภัยคุกคามใดๆ ผ่านไปโดยไม่ตอบโต้

“ออกไปจากภูมิภาคของเรา หากต้องการความปลอดภัย ประวัติศาสตร์ของอ่าวเปอร์เซียมีหลายบทที่เกี่ยวกับชะตากรรมอันเลวร้ายของผู้รุกรานจากภายนอก”อารักชีกล่าว

สื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เกาะเกชม์ ในช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี และมีการยืนยันว่า มีขีปนาวุธตกใส่เมืองท่าซีริก บนช่องแคบดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเกิดเสียงระเบิดในเมืองบันดาร์ อับบาส ที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top