วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ความคืบหน้าความพยายามยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงสันติภาพจะมีการลงนามในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ แต่ฝ่ายอิหร่านกลับส่งสัญญาณว่ายังเร็วเกินไปที่จะระบุวันลงนามที่ชัดเจน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน โดยระบุว่า ข้อตกลงเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดลงนามในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ พร้อมยืนยันว่าหลังการลงนาม ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ทันที
“ข้อตกลงนี้มีกำหนดจะลงนามในวันพรุ่งนี้ และหลังจากลงนามแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้ทุกคนใช้ได้ทันที” ทรัมป์ระบุในโพสต์ โดยกล่าวถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และถูกอิหร่านปิดมาตั้งแต่สงครามระหว่างสองประเทศปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
คำกล่าวของทรัมป์สอดคล้องกับท่าทีของนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างสองฝ่าย โดยระบุในวันเดียวกันว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุกรอบข้อตกลงสันติภาพแล้ว และคาดว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านออกมาลดกระแสความคาดหวังดังกล่าว โดยนายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า ยังไม่ควรเร่งสรุปวันลงนามใน บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นกรอบข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับยุติสงคราม
แม้จะปฏิเสธกรอบเวลาที่ทรัมป์ระบุ แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยอมรับว่า ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการลงนามในอีกไม่กี่วันข้างหน้าได้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวังในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับกำหนดการดังกล่าว
ด้านนายกรัฐมนตรีปากีสถานเปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การจัดทำรายละเอียดขั้นสุดท้ายของข้อตกลงใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยปากีสถานกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนที่จะมีการหารือในระดับเทคนิคระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายในสัปดาห์หน้า
“เราเข้าใกล้ข้อตกลงสันติภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา คาดว่าการจัดทำรายละเอียดขั้นสุดท้ายจะแล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า” ชารีฟระบุ พร้อมแสดงความหวังว่าข้อตกลงครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างส่งสัญญาณเชิงบวกว่า การเจรจาใกล้บรรลุผลสำเร็จ โดยแหล่งข่าวจากวงเจรจาระบุว่า บันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าวครอบคลุมการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน รวมถึงการเปิดการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นประเด็นหลักที่นำไปสู่ความขัดแย้งในครั้งนี้
ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงคืออิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอาจไม่เรียกเก็บค่าผ่านทาง ก่อนที่สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล พร้อมดำเนินการกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ร่วมกันในขั้นตอนถัดไป ซึ่งอาจได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี