542.jpg
ของจริงมาแล้ว สหรัฐเปิด 14 เงื่อนไข MOU ร่วมกับอิหร่าน ก่อนพิธีลงนาม 19 มิ.ย.นี้ที่เจนิวา

ของจริงมาแล้ว สหรัฐเปิด 14 เงื่อนไข MOU ร่วมกับอิหร่าน ก่อนพิธีลงนาม 19 มิ.ย.นี้ที่เจนิวา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.30 น.

18 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่าสหรัฐ - อิหร่าน ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นแล้ว ซึ่งเป็นการลงนามผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนพิธีลงนามอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย. 2569) 

ความคืบหน้าล่าสุด สหรัฐอเมริกาเปิดเผยเนื้อหาใน "บันทึกความเข้าใจ" (Memorandum of Understanding - MOU) ที่พวกเขาร่างร่วมกับอิหร่านและจะมีการลงนามในวันศุกร์นี้ ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว เอกสารดังกล่าวมีชื่อหัวข้อว่า "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" ประกอบด้วยข้อกำหนด 14 ข้อ ดังนี้ ... 


1.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน พร้อมด้วยพันธมิตรของตนในสงครามครั้งปัจจุบัน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เพื่อประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบในทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย และให้คำมั่นว่านับจากนี้เป็นต้นไปจะไม่เปิดฉากสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ต่อกัน ตลอดจนละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน พร้อมทั้งรับรองบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะยืนยันการยุติสงครามเป็นการถาวรในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงในเลบานอนและข้อบัญญัติอื่นๆ ในย่อหน้านี้

2.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านให้คำมั่นที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะละเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน

3.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านผูกพันตนที่จะเจรจาและบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 60 วัน โดยสามารถขยายเวลาออกไปได้ตามความยินยอมร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

4.ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาจะเริ่มดำเนินการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล รวมถึงการก่อความรบกวนหรืออุปสรรคใด ๆ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะสิ้นสุดการปิดล้อมทางทะเลโดยสมบูรณ์ภายใน 30 วัน ในระหว่างช่วงเวลานี้ การสัญจรของเรือจะได้รับการฟื้นฟูโดยมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับจำนวนการสัญจรของฝั่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในช่วงก่อนเกิดสงคราม นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังให้คำมั่นเพิ่มเติมที่จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านภายใน 30 วันหลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

5.เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ อิหร่านจะดำเนินการโดยใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อจัดเตรียมการให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านทางได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 60 วันเท่านั้น จากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทางกลับกัน การสัญจรของเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นในทันที และเมื่อคำนึงถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิคและทางทหารแล้ว การเก็บกู้ทุ่นระเบิดโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะถูกกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

6.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อจัดทำแผนการที่ชัดเจนและเป็นที่ตกลงร่วมกัน โดยมีวงเงินอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการฟื้นฟูและการพัฒนาเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กลไกสำหรับการดำเนินงานตามแผนการนี้จะได้รับการสรุปให้เสร็จสิ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ทั้งนี้ ใบอนุญาต ข้อยกเว้น และการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง จะได้รับการอนุมัติโดยสหรัฐอเมริกา

7.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งรวมถึงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ, มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวทั้งหมดของสหรัฐฯ ทั้งในระดับเบื้องต้นปฐมภูมิ  (primary sanctions) และทุติยภูมิ (secondary sanctions) ตามกำหนดเวลาที่ตกลงร่วมกันโดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้าย

8.สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านขอยืนยันอีกครั้งว่าตนจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ตกลงร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาการจัดการคลังวัสดุเสริมสมรรถนะที่เก็บสะสมไว้ ตามกลไกที่จะตกลงร่วมกันให้สอดคล้องกับกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่เจ็ด โดยกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นต่ำ ให้ดำเนินการลดระดับความเข้มข้นลง ณ สถานที่จัดเก็บ ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA

9.ระหว่างที่รอข้อตกลงฉบับสุดท้ายนั้น สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงร่วมกันที่จะคงสถานะเดิมไว้ โดยอิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ของตน และ สหรัฐอเมริกาจะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ใดๆ รวมถึงจะไม่วางกำลังทหารเพิ่มเติมในภูมิภาค

10.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่าในทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และจนกว่าจะถึงเวลาที่มาตรการคว่ำบาตรสิ้นสุดลง กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ จะออกข้อยกเว้นสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ, ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และสารอนุพันธ์ของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการทำธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และอื่นๆ

11.สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะปลดปล่อยเงินทุนและสินทรัพย์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ถูกอายัดหรือถูกจำกัดไว้ ให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่เมื่อมีการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตกลงร่วมกันเรื่องขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ในระหว่างการเจรจา เงินทุนดังกล่าวไม่ว่าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้ายไปแล้ว จะต้องสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่สำหรับการชำระเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ขั้นสุดท้ายรายใดๆ ตามที่ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำหนด ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นที่จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดตามแนวทางนี้

12.สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงร่วมกันว่า จะมีการจัดตั้งกลไกฝ่ายบริหารเพื่อกำกับดูแลความสำเร็จในการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และการปฏิบัติตามข้อตกลงขั้นสุดท้ายในอนาคต

13.หลังจากมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และโดยขึ้นอยู่กับการเริ่มดำเนินการตามย่อหน้าที่ 1, 4, 5, 10 และ 11 ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ รวมถึงการดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงขั้นสุดท้าย เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับย่อหน้าที่เหลืออยู่เท่านั้น

14.ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะต้องได้รับการรับรองผ่านมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมายของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top