542.jpg
ทรัมป์ขู่! สหรัฐฯเก็บค่าผ่าน ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ หากดีลสันติภาพอิหร่านล้มเหลว

ทรัมป์ขู่! สหรัฐฯเก็บค่าผ่าน ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ หากดีลสันติภาพอิหร่านล้มเหลว

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.43 น.

21 มิถุนายน 2569 ​วอชิงตัน/ซูริก - สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดและซับซ้อนขึ้นอีกระลอก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกร้าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณาเป็นผู้เรียกเก็บ “ค่าผ่านทาง” สำหรับเรือพาณิชย์และเรือขนส่งน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเสียเอง หากการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายกับอิหร่านไม่ประสบความสำเร็จภายในกรอบเวลา 60 วัน

​คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวชิ้นประวัติศาสตร์ที่ระงับการปิดล้อมทางทะเล โดยทรัมป์ระบุอย่างชัดเจนว่า:


​“จะไม่มีการเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเวลา 60 วันของกรอบข้อตกลงหยุดยิง และจะไม่มีการเรียกเก็บใดๆ หลังจากช่วงเวลานั้นหมดอายุลง เว้นแต่ว่ามันจะถูกกำหนดโดยและเพื่อสหรัฐอเมริกา หากข้อตกลงไม่เสร็จสมบูรณ์ เพื่อเป็นค่าตอบแทนสำหรับภารกิจที่ทำหน้าที่เป็น ‘เทวดาผู้พิทักษ์’ (Guardian Angel) ให้แก่ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง ทั้งสำหรับการชดเชยค่าใช้จ่ายในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต”

​แบ็กกราวด์และชนวนเหตุความขัดแย้ง

​ก่อนหน้านี้ ประเด็นเรื่อง “ค่าธรรมเนียมผ่านทาง” กลายเป็นข้อพิพาทรุนแรงเนื่องจากมีกระแสข่าวว่าอิหร่านพยายามใช้อำนาจเหนือภูมิศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อจัดเก็บรายได้จากเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 20 ของอุปทานพลังงานทั่วโลก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของอิหร่านที่บอบช้ำจากสงครามและการคว่ำบาตร

​อย่างไรก็ตาม ท่าทีล่าสุดของทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งพันธมิตรอาหรับในอ่าวเปอร์เซียและตลาดพลังงานโลก เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย เคยแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างรุนแรงต่อ “มาตรการแปลกใหม่” (Novel arrangement) ใดๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซต้องกลับสู่สถานะเดิมที่เรือทุกลำสามารถเดินเรือได้อย่างเสรีและปลอดภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

​สถานการณ์ภาคพื้นดินสวนทางโต๊ะเจรจา

​คำประกาศของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่น่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองทัพอิหร่าน (IRGC) เพิ่งประกาศ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง” โดยอ้างว่าฝ่ายอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนตอนใต้ และสหรัฐฯ ไม่สามารถควบคุมพันธมิตรให้ปฏิบัติตามข้อตกลงข้อแรกใน MOU ได้

​อย่างไรก็ดี กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ออกมาโต้แย้งคำอ้างของอิหร่านทันที โดยยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดอยู่ และในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีเรือพาณิชย์แล่นผ่านได้ตามปกติถึง 55 ลำ ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 17 ล้านบาร์เรลสู่ตลาดโลก โดยมีกองทัพเรือสหรัฐฯ คอยเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

​ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนเจรจาระดับสูงของทั้งสองฝ่าย รวมถึงนายเจอเรด คุชเนอร์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ตัวแทนฝั่งสหรัฐฯ ตลอดจนนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เริ่มทยอยเดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์แล้ว เพื่อเตรียมเปิดฉากการเจรจาในรายละเอียดเชิงเทคนิค ทั้งเรื่องมาตรการคว่ำบาตร นโยบายพลังงาน และโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อเปลี่ยน MOU 60 วันนี้ให้กลายเป็นสนธิสัญญาสันติภาพที่ถาวรต่อไป.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top