วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) เริ่มปฏิบัติการอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 คนที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้เรือสินค้าและเรือพาณิชย์จำนวนมากไม่สามารถเดินทางผ่านเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญของโลกแห่งนี้ได้ และต้องจอดรออยู่ในพื้นที่เป็นเวลาหลายเดือน
อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ IMO เปิดเผยว่า ปฏิบัติการอพยพจะดำเนินการร่วมกับอิหร่าน โอมาน ประเทศชายฝั่งในภูมิภาค สหรัฐอเมริกา และภาคอุตสาหกรรมการเดินเรือ โดยทุกฝ่ายได้ให้การรับรองด้านความปลอดภัยและตรวจสอบสภาพการเดินเรืออย่างรอบคอบแล้ว

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้การสัญจรทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการเดินเรือ Kpler ระบุว่า มีเรือพาณิชย์อย่างน้อย 36 ลำผ่านช่องแคบในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมโอมานระบุว่า การอพยพเรือและลูกเรือจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการจราจรทางทะเลที่หนาแน่นและโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการชนกันของเรือ
ขณะเดียวกัน เดนมาร์กประกาศเข้าร่วมภารกิจรักษาความปลอดภัยทางทะเลระหว่างประเทศที่นำโดยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร เพื่อสนับสนุนการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

ด้านโอมานและอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ร่วมยืนยันว่ากำลังหารือถึงกลไกการเปิดเส้นทางการค้าและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง แม้ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนได้
ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในวันเดียวกัน ย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือนานาชาติ และอิหร่านไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมจากเรือที่สัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี