24 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่หลายประเทศในยุโรปเผชิญวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง ทุบสถิติอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส โดยประเทศฝรั่งเศสเผยว่า พบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วมากกว่า 40 ศพ นับตั้งแต่สัปดาห์ก่อน หลังจากประชาชนจำนวนมากแห่ลงเล่นน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อคลายร้อน
ขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักร อิตาลี และสเปน ต่างก็ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นกัน โดยอุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติในบางภูมิภาคได้ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆ โรงเรียนต้องปิดทำการสอน รวมถึงระบบขนส่งมวลชนต้องประกาศงดให้บริการ หรือ หยุดวิ่ง
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ทวีปยุโรปกำลังมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอัตราที่เร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกกว่าสองเท่า ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสเกิดเหตุการณ์คลื่นความร้อนที่ยาวนานเช่นนี้บ่อยครั้งยิ่งขึ้น คลื่นความร้อนในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนโดยรูปแบบสภาพอากาศที่เรียกว่า "โอเมก้า บล็อก" (Omega block)

ปรากฏการณ์โอเมก้าบล็อก คืออะไร? โดยโอเมก้าบล็อกได้ชื่อมาจากรูปทรงของอักษรกรีก ซึ่งมีลักษณะเป็นส่วนนูนของความดันสูงที่อุ่นกว่าและคงที่อยู่ระหว่างระบบความดันต่ำที่เย็นกว่าสองระบบ โดยมีมวลอากาศร้อนโป่งพองอยู่ตรงกลาง และ ขนาบข้างด้วยอากาศที่เย็นกว่า
แต่ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์โอเมก้าบล็อก กระแสลมจะหยุดชะงักและอาจโค้งงออย่างรุนแรงไปทางเหนือและใต้ ทำให้ระบบความดันถูกแยกออกจากกัน ลมนำทางที่อ่อนลงและความแตกต่างของอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศมีส่วนทำให้เกิดรูปแบบการเคลื่อนที่ช้าๆ และถูกล็อกไว้เช่นนี้ ผลที่ได้คืออากาศร้อนและนิ่งจะสะสมอยู่เหนือบริเวณเดิม 'โอเมก้าบล็อก' มักจะอยู่ได้นานระหว่าง 3 ไปจนถึง 10 วัน แต่บางครั้งอาจคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์
ภายใต้บริเวณความกดอากาศสูงตรงกลาง สภาพอากาศจะร้อนและแห้ง ความกดอากาศสูงยังช่วยยับยั้งการก่อตัวของเมฆ ส่งผลให้ท้องฟ้าแจ่มใสและมีแดดจัด ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน บริเวณพื้นที่ความกดอากาศต่ำที่อยู่ขนาบข้างคลื่นความร้อน มีแนวโน้มที่จะมีสภาพอากาศเย็นกว่าและมีฝนตกมากกว่า

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่า สหราชอาณาจักรตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างระบบความกดอากาศสูงและมวลอากาศเย็นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ทางใต้และตะวันออกมีอากาศร้อนจัด ส่วนทางเหนือและตะวันตกมีอากาศเย็นและชื้นกว่า
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุของปัญหาหรือไม่?
นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อความถี่ของการเกิดปรากฏการณ์ปิดกั้นทางอากาศเช่นนี้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ความเห็นทางวิทยาศาสตร์นั้นชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้คลื่นความร้อนเกิดขึ้นบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเผาถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ได้ทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1.3 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่ยุคก่อนอุตสาหกรรม
อุณหภูมิพื้นฐานที่สูงขึ้นนั้นหมายความว่าคลื่นความร้อนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าเดิม
ดร. แคลร์ บาร์นส์ (Dr.Clair Barnes) นักวิจัยด้านสภาพอากาศสุดขั้วและภูมิอากาศแห่ง Imperial College London กล่าวว่า ขณะนี้ยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าที่ควรจะเป็น 2 - 4 องศาเซลเซียส หากไม่มีภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ เมื่อเกิดรูปแบบต่างๆ 'โอเมก้าบล็อก' ความร้อนที่เกิดขึ้นจึงอาจรุนแรงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี