542.jpg
นายอำเภอสั่งฟันคดี! '2 ท่าข้าว' เบี้ยวเงินชาวไร่ข้าวโพด 16 ราย-สูญกว่า 2.1 ล้าน

นายอำเภอสั่งฟันคดี! '2 ท่าข้าว' เบี้ยวเงินชาวไร่ข้าวโพด 16 ราย-สูญกว่า 2.1 ล้าน

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.13 น.

ชาวไร่ข้าวโพดพิจิตรระทม! 16 เกษตรกรโดน 2 ท่าข้าวเบี้ยวเงินพืชผลกว่า 2.1 ล้าน ทวงเงินเจอสวนเจ็บใจ 'ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย' ก่อนชิ่งหนี นายอำเภอจับมือ ผกก.โพธิ์ประทับช้าง กางโต๊ะสั่งลุยฟ้องอาญาบดขยี้เพราะซ้ำเติมคนจน

วันที่ 24 มิ.ย. 69 เกิดเรื่องราวร้องทุกข์และความเดือดร้อนอย่างหนักของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดย นางประยงค์ อายุ 56 ปี ชาวหมู่ที่ 13 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ประทับช้าง เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าของท่าข้าวและร้านรับซื้อพืชผลทางการเกษตรจำนวน 2 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลทุ่งใหญ่ หลังมีพฤติการณ์ฉ้อโกงเบี้ยวเงินค่ารับซื้อข้าวโพด ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสรวม 16 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 2 ล้านบาท


นางประยงค์ ตัวแทนเกษตรกรผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองและเพื่อนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง รวม 16 ราย ได้นำผลผลิตข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวได้ไปส่งขายให้กับท่าข้าว 2 แห่งในตำบล ประกอบด้วย ร้านรับซื้อพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ตำบลทุ่งใหญ่ (มีผู้เสียหาย 8 ราย) และท่าข้าวในพื้นที่ตำบลทุ่งใหญ่ โดยได้ส่งมอบสินค้าไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ทว่าเมื่อถึงกำหนดจ่ายเงิน ปรากฏว่าทางผู้รับซื้อของทั้งสองท่าข้าวกลับแสดงพฤติการณ์บ่ายเบี่ยง ผัดวันประกันพรุ่ง นัดหมายวันจ่ายเงินเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา จนกระทั่งสุดท้ายไม่ยอมจ่ายเงินให้เลยแม้แต่บาทเดียว และไม่สามารถติดต่อได้ในที่สุด

‘พวกเราเดือดร้อนกันมาก เงินก้อนนี้คือหยาดเหงื่อค่าน้ำพักน้ำแรงที่ตั้งใจเอามาใช้หนี้สินค่าปุ๋ย ค่ายาแมลง และค่ารถไถที่ไปกู้หนี้ยืมสินเขามาลงทุน พอไม่ได้เงินก็ถูกทวงหนี้สินรอบด้าน แถมตอนนี้เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ก็ไม่มีเงินไปซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกต่อ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เจ็บใจที่สุดคือ ก่อนหน้านี้ทางอำเภอและตำรวจ สภ.โพธิ์ประทับช้าง ได้เคยช่วยเรียกตัวเจ้าของท่าข้าวทั้ง 2 แห่งมาไกล่เกลี่ยรอบแรก แต่เจ้าของท่าข้าวกลับพูดจาหัวหมอใส่หน้าชาวบ้านว่า 'ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย' ก่อนที่ต่อมาทางร้านจะปิดร้านหนีหายสาบสูญไปเลย ส่วนท่าข้าวพอชาวบ้านไปทวงก็บอดปัดซ้ำ ๆ ว่าไม่มีเงิน ยุคนี้เศรษฐกิจก็แย่อยู่แล้ว ยังต้องมาเจอคนโกงซ้ำเติมคนจนอีก ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว’ นางประยงค์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและเจ็บช้ำใจ

ต่อมาทางด้าน นายกองตรี โกมล อุบลรัตน์ นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุเมธ จิตตระกูล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ประทับช้าง, ผู้แทนสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิจิตร, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ได้ร่วมกันเปิดห้องประชุมประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและเยียวยาเกษตรกร ณ ห้องประชุมอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ชั้น 2

นายกองตรี โกมล อุบลรัตน์ นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง เปิดเผยว่า จากการสืบสวนสอบสวนข้อมูลและคัดกรองเอกสารใบเสร็จเบื้องต้น พบว่ามีเกษตรกรที่ตกเป็นเหยื่อได้รับความเสียหายจริงจำนวน 16 ราย คิดเป็นมูลค่าเงินที่ถูกฉ้อโกงรวมกันทั้งสิ้น 2,158,574 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ทางฝ่ายปกครองและพนักงานสอบสวนได้ออกหนังสือเรียกตัวแทนและเจ้าของท่าข้าวทั้ง 2 แห่ง ให้เดินทางมาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อชดใช้เงินคืนให้แก่ชาวบ้านตามขั้นตอนละมุนละม่อม แต่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองแห่งมีพฤติกรรมจงใจขัดคำสั่ง ไม่ยอมเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่และไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้

‘ผมรู้สึกสงสารและเห็นใจพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก ลำพังแค่ทำมาหากินเผชิญภัยธรรมชาติก็เหนื่อยยากพอแล้ว ยังต้องมาถูกพ่อค้ารับซื้อที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ฉ้อโกงซ้ำเติมความทุกข์ยากเข้าไปอีก ในเมื่อทางอำเภอให้โอกาสมาเจรจาแล้วไม่มา และแสดงเจตนาหลบเลี่ยงชัดเจน ผมจึงได้ประสานงานโดยตรงกับ พ.ต.อ.สุเมธ จิตตระกูล ผกก.สภ.โพธิ์ประทับช้าง ให้สั่งการพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีทางอาญาอย่างเด็ดขาดขั้นสูงสุดกับเจ้าของท่าข้าวทั้ง 2 แห่งทันที โดยจะไม่มีการละเว้น พร้อมกันนี้ได้ให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเข้ามาดูแลเรื่องการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อยึดทรัพย์นำเงินมาคืนให้เกษตรกรทุกบาททุกสตางค์ต่อไป’ นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง กล่าวเน้นย้ำ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top