543.jpg
รัฐบาลกินียอมรับไวรัสอีโบลาระบาด ยอดตายอย่างน้อย 70 ราย หวั่นลามไปปท.เพื่อนบ้าน

รัฐบาลกินียอมรับไวรัสอีโบลาระบาด ยอดตายอย่างน้อย 70 ราย หวั่นลามไปปท.เพื่อนบ้าน

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.
Tag :

โกนากรี (เอพี/เอเฟพี/บีบีซี นิวส์) - รัฐบาลกินีออกมายอมรับแล้วว่าเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในกรุงโกนากรีเมืองหลวง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 70 คน และก่อให้เกิดความวิตกกันว่าโรคระบาดดังกล่าวซึ่งเป็นกลุ่มโรคไข้ที่ทำให้เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ และมักเสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่ อาจลามจากกินีไปยังประเทศอื่นได้

                เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของกินีเปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกที่พบการระบาดของไวรัสอีโบลาในกินี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 70 คน และยังมีรายงานการเสียชีวิตในลักษณะเดียวกันในไลบีเรียและเซียร์ราลีโอน ซึ่งเป็นชาติเพื่อนบ้านด้วย ส่วนผู้ใกล้ชิดถูกแยกตัวดูอาการที่โรงพยาบาลแล้ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนว่า ไวรัสอีโบลาที่ระบาดในกรุงโกนากรี เมืองหลวงที่มีประชากรราว 2 ล้านคน และสนามบินนานาชาติอาจทำให้ไวรัสแพร่ระบาดได้มากขึ้น ขณะนี้ องค์กรบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศกลุ่มต่างๆ พยายามให้คำแนะนำแก่ประชาชนในกินีเกี่ยวกับความรู้เรื่องไวรัสอีโบลา และคัดแยกผู้ที่สงสัยว่าอาจติดเชื้อแล้ว ขณะที่ยังไม่มียารักษาไวรัสอีโบลา และสายพันธุ์ไวรัสอีโบลาที่ระบาดในกินีถือเป็นสายพันธุ์อันตราย มีแนวโน้มเสียชีวิตถึงร้อยละ 90 แม้พบได้ยากแต่สร้างความปั่นป่วนได้ เนื่องจากยังไม่มีทางรักษา และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะเสียชีวิต โดยมันจะทำให้เกิดอาการเลือดออกจากอวัยวะภายในหรือภายนอก ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหยุดทำงาน ทำให้เกิดไข้สูง ปวดศีรษะหรือกล้ามเนื้อ ไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสของเหลวที่ร่างกายของคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อผลิตออกมา


                ก่อนหน้านี้ หน่วยงานวาธารณสุขของกินีประกาศเตือนประชาชนให้เลิกกินค้างคาว เพราะเป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในภาคใต้ของกินี สำหรับค้างคาวที่ชาวกินีนิยมกิน ส่วนใหญ่นำมาต้มยำหรือย่างกินแกล้มสุรา

                ด้านองค์กรการแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) ระบุว่า สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้ออีโบลา คือการแยกผู้ป่วย ซึ่งทางการกินีจัดตั้งโรงแยกผู้ติดเชื้อ 2 แห่งในเมือง มาเซนตา และเมือง เกคเคดู ทางใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดมากที่สุดแล้ว ขณะเดียวกัน ศูนย์ควมคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ยีนของเชื้ออีโบลาในกินี พบว่ามีความใกล้เคียงกับ ไวรัสอีโบลาซาอีร์ ซึ่งเคยระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ด้านกระทรวงมหาดไทยของประเทศเซเนกัลประกาศปิดพรมแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศกินี จนกว่าจะมีการแจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันการระบาดของเชื้ออีโบลา ขณะที่องค์การอนามัยโลก แถลงว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการพบเชื้ออีโบลานอกประเทศกินี แต่มีผู้ป่วยอย่างน้อย 12 คนในประเทศไลบีเรีย และเซียร์รา ลีโอน ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลา

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top