542.jpg
สหรัฐ-อิหร่านฉีกดีลทิ้ง  ถล่มกันเดือด  สงครามปะทุอีกรอบ

สหรัฐ-อิหร่านฉีกดีลทิ้ง ถล่มกันเดือด สงครามปะทุอีกรอบ

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สหรัฐ-อิหร่านฉีกดีลทิ้ง

ถล่มกันเดือด

สงครามปะทุอีกรอบ

ลามถึงคูเวต-บาห์เรน

‘ทรัมป์’ประกาศกร้าว

ขู่บึ้มให้หายจากแผนที่

ฉีกดีลสันติภาพ! สหรัฐ-อิหร่านแลกหมัดเดือดถล่มตอบโต้กันเละระลอกสองหลังเกิดการโจมตีเรือสินค้าสองครั้งติด “ทรัมป์” กร้าวอาจจำเป็นต้องปิดจ๊อบ จะทำให้ประเทศนี้หายไปจากโลก ด้านเตหะรานเอาคืน เปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯหลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งในคูเวต – บาเรนห์ประกาศเปลี่ยนฐานทัพสหรัฐในตอ.กลางเป็นขุมนรก ฮึ่มยกระดับโจมตีเรือในฮอร์มุซให้หนักขึ้น

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศระลอกใหม่ต่อเป้าหมายทางทหารหลายแห่งในอิหร่าน ตอบโต้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC ที่ส่งโดรนโจมตีเข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันเอ็มที คิคู ติดธงปานามา พร้อมลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 2 ล้านบาร์เรลที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน เป็นการโจมตีเรือพาณิชย์ในน่านน้ำแห่งนี้ติดต่อกันสองระลอกช่วงห่างกันไม่กี่วันหลังส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกสินค้า เอ็มวี เอเวอรื เลิฟลี (M/V Ever Lovely) ติดธงสิงคโปร์ บริเวณใกล้ชายฝั่งโอมานเมื่อวันพฤหัสบดีที 25 มิถุนายน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเรือเสียหายเล็กน้อย สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไปได้ ซึ่งกองบัญชาการกลางสหรัฐฯยังได้เผยแพร่วิดีโอขณะเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ซึ่งแสดงให้เห็นการระเบิดหลายครั้งมายืนยันด้วย


นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังระบุว่า การตอบโต้ครั้งล่าสุดมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเฝ้าระวัง ระบบสื่อสาร ฐานป้องกันภัยทางอากาศ คลังจัดเก็บโดรน และขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่าน รายงานอ้างแถลงการณ์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และได้ยิงขีปนาวุธรวมถึงโดรนโจมตีไปยังฐานทัพของสหรัฐฯ หลายแห่งที่ตั้งอยู่ในคูเวตและบาห์เรน เพื่อตอบโต้การโจมตีที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด พร้อมระบุว่าการโจมตีครั้งล่าสุดเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงขัดต่อข้อ 1 ของบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดและจะส่งผลให้กระบวนการทางการทูตทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง อีกทั้ง ยังประกาศว่าได้เตรียมเปลี่ยนฐานทัพสหรัฐฯในภูมิภาคให้กลายเป็นขุมนรก และขู่ยกระดับการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้รุนแรงยิ่งขึ้น

มีรายงานการทำงานของระบบป้องกันภัยทางอากาศในคูเวต และเสียงสัญญาณเตือนภัยในบาห์เรน ทางการคูเวตเผย ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้ ยังไม่พบความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ และเรียกร้องประชาชนอยู่ในความสงบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเตือนผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐฯอาจถูกบีบให้ต้องปิดฉากภารกิจด้วยปฏิบัติการทางทหาร และขู่ว่าอิหร่านอาจไม่มีตัวตนอีกต่อไป หากอิหร่านยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิง พร้อมบอกว่าที่ผ่านมา ดูเหมือนอิหร่านจะไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย

“กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีคลังเก็บขีปนาวุธ คลังโดรน และสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่านหลายจุด เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันอาจจะถึงจุดที่เราไม่สามารถใช้เหตุผลได้อีกต่อไป และจะถูกบีบให้ต้องใช้กำลังทหารเพื่อปิดงานที่เราได้เริ่มต้นไว้อย่างประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และหากวันนั้นมาถึง สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะไม่มีอยู่อีกต่อไป!»ทรัมป์ระบุ

ขณะที่รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เตือนว่าความรุนแรงต้องแลกด้วยความรุนแรง พร้อมแนะให้อิหร่านใช้ช่องทางการทูตต่อสายตรงมาเจรจา มากกว่าการก่อเหตุโจมตีน่านน้ำสากล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นรอบใหม่กำลังสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้อนาคตของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาเผชิญความไม่แน่นอนอีกครั้ง อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยังยืนยันความพร้อมรักษาเสรีภาพของการเดินเรือพาณิชย์ในบริเวณดังกล่าว CENTCOM ย้ำว่า เรือพาณิชย์ยังคงเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ โดยกำหนดเส้นทางเดินเรือปลอดภัยสายใต้ใกล้กับน่านน้ำโอมาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top