542.jpg
ปูตินยอมรับรัสเซียขาดแคลนเชื้อเพลิง หลังยูเครนโจมตีโรงกลั่น-คลังน้ำมัน

ปูตินยอมรับรัสเซียขาดแคลนเชื้อเพลิง หลังยูเครนโจมตีโรงกลั่น-คลังน้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยอมรับว่า ประเทศกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในหลายภูมิภาค พร้อมสั่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการจัดหาและกระจายเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ท่ามกลางผลกระทบจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ระหว่างการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการจัดหาและกระจายเชื้อเพลิง ปูตินระบุว่า รัสเซียจำเป็นต้องลดผลกระทบจากการโจมตีเป้าหมายด้านน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในหลายพื้นที่


ผู้นำรัสเซียยอมรับว่า ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ โดยยังคงพบภาพรถต่อคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการหลายแห่ง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพของการจัดหาเชื้อเพลิงและควบคุมราคาให้อยู่ในระดับเหมาะสม

ปูตินเปิดเผยว่า รัสเซียได้นำน้ำมันเบนซินสำรองออกมาใช้แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณสำรองราว 1.7 ล้านตัน และคาดว่าการผลิตน้ำมันในเดือนกรกฎาคมจะเพิ่มสูงกว่าเดือนมิถุนายน เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลทั้งหมด เพื่อให้มีเชื้อเพลิงเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ แม้ว่าก่อนหน้านี้ นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย จะระบุว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าวก็ตาม

ปูตินกล่าวว่า คณะทำงานด้านการจัดหาเชื้อเพลิงกำลังปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และสถานการณ์ในขณะนี้จำเป็นต้องใช้มาตรการเชิงระบบที่สอดคล้องกับความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญ เพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดและรักษาระดับราคา

ผู้นำรัสเซียยังเน้นย้ำว่า การจัดสรรเชื้อเพลิงให้ภาคเกษตรกรรมเป็นภารกิจสำคัญ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว โดยระบุว่ารัฐบาลต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้การส่งมอบเชื้อเพลิงแก่ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นไปตามแผน เพราะผลผลิตทางการเกษตรของประเทศขึ้นอยู่กับการมีเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอ

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนได้เพิ่มการโจมตีด้วยโดรนระยะกลางและระยะไกลต่อโรงกลั่นน้ำมัน คลังเชื้อเพลิง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในรัสเซีย รวมถึงพื้นที่ที่รัสเซียควบคุมอยู่ในยูเครน ส่งผลให้ระบบการผลิตและกระจายเชื้อเพลิงของรัสเซียได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของรัฐบาลมอสโกในช่วงสงครามที่ยืดเยื้อ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top