วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
14 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการต่อสภาคองเกรส ว่า การสู้รบกับอิหร่านได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งฝ่ายบริหารของเขาเห็นว่าเป็นการเปิดโอกาสใหม่ในการใช้กำลังทหารในภูมิภาคโดยไม่ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสภายใน 60 วัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในจดหมายลงวันที่ 10 กรกฎาคม โดยส่งตรงถึงนายชัก แกรสสลีย์ สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันในฐานะประธานชั่วคราวของวุฒิสภา " ผมได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการทางทหารนี้ สอดคล้องกับความรับผิดชอบของผมในการปกป้องชาวอเมริกัน ตลอดจนรักษาความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ"
จดหมายฉบับนี้ระบุถึงการกระทำของ 'ทรัมป์' รวมถึงการสั่งหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์เมื่อวันที่ 7 เมษายน ซึ่งต่อมาได้ขยายเวลาออกไป และความพยายามของรัฐบาลของเขาในการหาทางออกทางการทูตให้กับความขัดแย้ง โดยสหรัฐอเมริกาเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยร่วมมือกับอิสราเอล
ทรัมป์ กล่าวถึง บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่เขาลงนามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน และ กล่าวว่า อิหร่านละเมิดบันทึกความเข้าใจดังกล่าวโดยการโจมตีเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเหตุให้เขาสั่งการโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านอีกครั้ง
เมื่อความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 ก.ค.) 'ทรัมป์' กล่าวว่าสหรัฐฯ จะกลับมาปิดล้อมการขนส่งสินค้าของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง และจะรับประกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงเปิดอยู่
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวในจดหมายว่า อิหร่าน ได้ละเมิดข้อตกลงดังกล่าวอย่างร้ายแรง กรณีที่อิหร่านเข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันพาณิชย์ 3 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยฝั่งอิหร่านอ้างว่าเรือเหล่านั้นไม่ได้ขออนุญาตและไม่ใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนด ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ 'ทรัมป์' สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากยิงถล่มเป้าหมายทางทหารของอิหร่านทันที เพื่อตอบโต้และคุ้มครองเส้นทางเดินเรือพาณิชย์
รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ระบุว่า มีเพียงรัฐสภาเท่านั้นที่มีอำนาจประกาศสงคราม ไม่ใช่ประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างสิทธิ์มานานแล้วในการสั่งการให้มีการสู้รบระยะสั้นโดยไม่ต้องขออนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อรักษาความมั่นคงของสหรัฐฯ กฎหมายอำนาจสงครามกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มการสู้รบ และระบุว่าปฏิบัติการทางทหารที่เริ่มต้นโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาจะต้องยุติลงภายใน 60 วัน
สำหรับอิหร่าน กำหนดเส้นตาย 60 วันแรกคือวันที่ 1 พฤษภาคม แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า กำหนดเส้นตายดังกล่าวใช้ไม่ได้ เนื่องจากเขาประกาศว่าการสู้รบได้ยุติลงแล้วด้วยข้อตกลงหยุดยิง แม้ว่าการโจมตีจะยังคงดำเนินต่อไปและกองกำลังสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอยู่ก็ตาม
เจ้าหน้าที่อาวุโสของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประธานาธิบดีไม่สามารถแค่หวังให้สงครามที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนจบลงได้ ในเมื่อเขาเคยบอกว่าสงครามนั้นจะกินเวลาเพียงสี่ถึงหกสัปดาห์เท่านั้น
ทั้งนี้ พรรคเดโมแครต และ พรรครีพับลิกัน ที่ต่อต้านสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ต่าง กล่าวว่า ฝ่ายบริหารตีความกฎหมายผิดพลาด
นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่าน มติสั่งการให้ 'ทรัมป์' ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากความขัดแย้งกับอิหร่าน แม้ว่าพรรครีพับลิกันของเขาจะมีเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยในทั้งสองสภา
ผลการลงคะแนนสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน หลังการลงคะแนน 'ทรัมป์' ออกมาโจมตี โดยกล่าวหาว่าผู้ที่ลงคะแนนเห็นชอบเป็นการ "ให้ความช่วยเหลือ" แก่อิหร่าน และทำให้งานของเขา "ยากขึ้น"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี