542.jpg
​ทรัมป์ขู่ยึดฮอร์มุซ คุมเองเก็บค่าต๋ง20% ‘อิหร่าน’โวยลั่นไม่ยอม

​ทรัมป์ขู่ยึดฮอร์มุซ คุมเองเก็บค่าต๋ง20% ‘อิหร่าน’โวยลั่นไม่ยอม

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทรัมป์ขู่ยึดฮอร์มุซ

คุมเองเก็บค่าต๋ง20%

อิหร่านโวยลั่นไม่ยอม

ทรัมป์ประกาศยกระดับรบอิหร่าน สั่งกองทัพมะกันเข้าคุมเส้นทางฮอร์มุซในฐานะผู้พิทักษ์ พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเดินเรือจากทุกประเทศที่ใช้เส้นทางดังกล่าวอัตรา 20% ให้มีผลทันที ด้านเซนต์คอมลุยถล่มเตหะรานรอบสาม 5 ชั่วโมง ประเดิมใช้โดรนคอนแซร์ครั้งแรก โจมตีฐานทัพเรือดำน้ำอันดา อับบาส พร้อมส่งเครื่องบินรบ 12 ลำตรึงน่านฟ้าตอ.กลาง ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯแจ้งคองเกรสเปิดศึกอิหร่านรองใหม่เมื่อ 7 กค.

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางถึงขีดสุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศยกระดับเผชิญหน้ากับอิหร่านครั้งใหญ่ โดยสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯเข้าควบคุมเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่นว่า สหรัฐฯนำมาตรการปิดล้อมอิหร่าน (The Iranian Blockade) กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เรือของอิหร่านหรือเรือของคู่ค้าที่เกี่ยวข้องเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้


“ช่องแคบฮอร์มุซเปิดอยู่และจะยังเปิดต่อไปไม่ว่าจะมีอิหร่านหรือไม่ ด้วยความจำเป็นด้านความมั่นคง สหรัฐจะปฎิบัติหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือจากทุกประเทศที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในอัตรา 20% จากมูลค่าสินค้าทั้งหมดที่ผ่านช่องแคบแห่งนี้ เพื่อเป็นค่าชดเชยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เปราะบาง ซึ่งมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ทันที”ทรัมป์โพสต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยอ้างเหตุผลเรื่องการรุกล้ำพื้นที่ หลังสหรัฐฯปฎิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน 3 วันติด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้นและสร้างความกังวลอย่างหนักต่อภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก

ขณะที่สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านที่ยกระดับเป็นการปะทะทางทหารเต็มรูปแบบตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมถึงวันนี้ (14 กรกฎาคม) กองกำลังสหรัฐฯและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน(IRGC) เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนัก ด้านอิหร่านอ้างโจมตีฐานทัพสหรัฐฯหลายแห่งในภูมิภาคอ่าว และยืนกรานปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าสหรัฐฯจะยุติแทรกแซงทางทหารในพื้นที่

ส่วนกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านเอ็กซ์@CENTCOM ขณะโจมตีเรือและโรงซ่อมบำรุงเรือที่ฐานทัพเรือ บันดาร์ อับบาส ของอิหร่าน พร้อมข้อความว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯใช้โดรนหลายลำโจมตีฐานทัพเรือดำน้ำ และศูนย์ซ่อมบำรุงเรือในอิหร่านได้สำเร็จ โดยใช้เรือไร้คนขับคอร์แซร์3 ลำโจมตีท่าเรือฐานทัพเรือบันดาร์อับบาส ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯใช้ยานผิวน้ำไร้คนขับปฏิบัติการรบเมื่อคืนวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาทำให้ความสามารถโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านลดลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังภารกิจโจมตีอิหร่านล่าสุดที่ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ตามคำสั่งประธานาธิบดีทรัมป์ที่ประกาศโจมตีอิหร่านอย่างหนักกองทัพสหรัฐฯแถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุดจบลงแล้ว เป็นการดำเนินมาตรการทางทหารต่อเป้าหมายในอิหร่านติดต่อกันเป็นคืนที่สาม พร้อมประกาศความประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายทางทหารทั่วอิหร่าน

อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ข้อมูลติดตามการบินพบเครื่องบินรบของสหรัฐฯอย่างน้อย 12 ลำ บินวนเวียนอยู่บริเวณชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และเหนือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย ช่วงเช้าตรู่วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม เครื่องบินที่บินอยู่ประกอบด้วยเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135R จำนวน 9 ลำ และ KC-46A จำนวน 2 ลำ นอกจากนี้ยังพบเครื่องบินลาดตระเวนและสอดแนมหลายลำ รวมถึงเครื่องบินระบบเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ E3-B Sentry 1 ลำ และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล Poseidon P-8 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ 1 ลำ ซึ่งปรากฏอยู่ในข้อมูลการติดตามการบินด้วย

ระบบ E3-B ช่วยตรวจสอบพื้นที่การรบได้กว้างถึง 120,000 ตารางไมล์ ตั้งแต่พื้นดินถึงชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ ชั้นบรรยากาศชั้นที่ 2 ของโลก สามารถติดตามเป้าหมายได้ประมาณ 600 เป้าหมายพร้อมกัน ตั้งแต่เครื่องบินลำอื่น ขีปนาวุธ โดรนขนาดใหญ่ ไปจนถึงรถถังในสนามรบเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยให้เครื่องบินรบและเครื่องบินโจมตีอื่นบินต่อไปได้ระหว่างปฏิบัติการระยะยาว ช่วยให้เติมเชื้อเพลิงได้โดยไม่ต้องลงจอด

วันเดียวกัน มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการต่อสภาคองเกรสว่า การสู้รบกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งฝ่ายบริหารของทรัมป์เห็นว่าเป็นการเปิดโอกาสใหม่ในการใช้กำลังทหารในภูมิภาคโดยไม่ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสภายใน 60 วัน

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในจดหมายลงวันที่ 10 กรกฎาคม ส่งถึงนายชัก แกรสสลีย์ สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันในฐานะประธานชั่วคราวของวุฒิสภาว่าตนสั่งดำเนินมาตรการทางทหารนี้สอดคล้องกับความรับผิดชอบของตนในการปกป้องชาวอเมริกัน ตลอดจนรักษาความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ รวมถึงการสั่งหยุดยิงสองสัปดาห์เมื่อวันที่ 7 เมษายน ซึ่งต่อมาขยายเวลาออกไปอีกครั้ง

ผู้นำสหรัฐฯกล่าวในจดหมายว่า อิหร่านละเมิดข้อตกลงดังกล่าวอย่างร้ายแรง กรณีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันพาณิชย์ 3 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยฝั่งอิหร่านอ้างว่าเรือเหล่านั้นไม่ได้ขออนุญาตและไม่ใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนด ทำให้ทรัมป์ยิงถล่มเป้าหมายทางทหารของอิหร่านทันที โดยอ้างว่าเป็นสิทธิ์ของผู้นำสหรัฐในการสั่งการให้สู้รบระยะสั้นโดยไม่ต้องขออนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อรักษาความมั่นคงของสหรัฐฯ กฎหมายอำนาจสงครามกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องแจ้งรัฐสภาทราบภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มสู้รบ และระบุว่าปฏิบัติการทางทหารที่เริ่มต้นโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาต้องยุติลงภายใน 60 วัน

อีกด้านหนึ่ง มีความเคลื่อนไหวของผู้นำอิหร่าน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกระดับการเผชิญหน้ากับอิหร่านครั้งใหญ่ นายอิบราฮิม โซลฟาการีโฆษกกองบัญชาการกลาง คาทัมอัล-อันบิยา ของกองทัพอิหร่าน แถลงการณ์ว่า กองทัพอิหร่าน เตือนว่าจะไม่ยอมให้สหรัฐฯแทรกแซงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่การสู้รบระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน กลับมาปะทุรุนแรงขึ้นอีกครั้ง รัฐบาลเตหะราน และ กองทัพอิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐฯแทรกแซงการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ไม่ว่ากรณีใดๆ พร้อมทั้งเตือนประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียว่า การร่วมมือกับสหรัฐฯถือเป็นการกระทำที่เป็นสงครามทันที

ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตด้วยโดรน และยิงขีปนาวุธใส่เรือรบกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การรุกรานอิหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าของสหรัฐ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top