วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงทวีความรุนแรง หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บ 13 คน ขณะที่ยูเครนเดินหน้าตอบโต้ด้วยการส่งโดรนโจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซีย
กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียได้เปิดการโจมตีครั้งใหญ่ในกรุงเคียฟ โดยใช้ขีปนาวุธหลายประเภททั้งจากทางอากาศและภาคพื้นดิน หลังมีการแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือการโจมตีจากขีปนาวุธนำวิถี
ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งทั่วกรุงเคียฟ โดยแรงระเบิดครั้งหนึ่งรุนแรงจนทำให้สัญญาณกันขโมยของรถยนต์ในพื้นที่ใจกลางเมืองดังขึ้น
หน่วยบริการฉุกเฉินของยูเครน ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขตของกรุงเคียฟ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 13 คน
นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยว่า อาคารอพาร์ตเมนต์ในเขตโซโลเมียนสกีได้รับความเสียหาย ขณะที่เกิดไฟไหม้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ส่วนบ้านพักในเขตสวีอาโตชินสกีถูกไฟไหม้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานความเสียหายที่ศูนย์การค้าและศูนย์บันเทิงในเขตดนีปรอฟสกี อาคารที่พักอาศัยในเขตเชฟเชนคีฟสกี รวมถึงอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย
ขณะเดียวกัน ในภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสก์ ซึ่งอยู่ใกล้แนวหน้าการสู้รบ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า การโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย
ด้านฝั่งรัสเซีย ผู้ว่าการแคว้นเคิร์สก์เปิดเผยว่า การโจมตีของยูเครนในพื้นที่ใกล้แนวหน้าทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายเช่นกัน
ยูเครนส่งโดรนโจมตีคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซรัสเซีย
ก่อนเกิดเหตุโจมตีกรุงเคียฟ ยูเครนได้ส่งโดรนโจมตีคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคมอสโกและตัมบอฟของรัสเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และเกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ หลังรัสเซียโจมตีเมืองและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของยูเครนอย่างต่อเนื่อง
เซเลนสกีกล่าวอ้างว่า สถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นศูนย์จัดส่งชิ้นส่วนที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร เพื่อนำไปใช้ในการผลิตโดรนและอุปกรณ์นำทาง
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนเพิ่มการโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียมากขึ้น โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลยูเครนเรียกว่าเป็น “มาตรการคว่ำบาตรระยะไกล” เพื่อตอบโต้การโจมตีจากรัสเซีย
นายเซอร์เก โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เปิดเผยว่า มีโดรนมากกว่า 370 ลำ ถูกส่งเข้าโจมตีพื้นที่กรุงมอสโกในช่วงคืนที่ผ่านมา และระหว่างวันที่ 11-18 กรกฎาคม มีโดรนยูเครนเกือบ 1,892 ลำ ถูกสกัดไว้
ประท้วงในยูเครน หลังเซเลนสกีปรับผู้นำทหาร
ขณะที่การสู้รบยังดำเนินต่อไป ยูเครนกำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศ หลังประชาชนหลายพันคนออกมาชุมนุมประท้วงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน จากกรณีประธานาธิบดีเซเลนสกีปลด ไมไคโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมที่ได้รับความนิยม
การปลดครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในช่วงที่ยูเครนกำลังพยายามเพิ่มความได้เปรียบในสนามรบ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์และกระแสไม่พอใจจากประชาชน
นอกจากนี้ เซเลนสกียังจัดประชุมร่วมกับผู้บัญชาการทหารระดับสูงเป็นเวลา 2 วัน ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำกองทัพเพิ่มเติม รวมถึงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพยูเครน
สงครามรัสเซีย-ยูเครนเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายยังคงใช้การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธเป็นเครื่องมือหลักในการทำลายเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานของฝ่ายตรงข้าม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี