วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
อิหร่าน-สหรัฐฯถล่มกันยับติดต่อกันวันที่ 9 ทหารมะกันดับอีก 1 นาย ในอิรัก เซ่นสงคราม 4 เดือนรวม 17 นาย ด้านกลาโหมอเมริกาถล่มอิหร่านตอบโต้ IRGC สางแค้นอยู่เบื้องหลังโจมตีจอร์แดน ลั่นโจมตีเตหะรานต่อไป ถ้ายังยืนยันควบคุมฮอร์มุซ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ากองกำลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านติดต่อกันเป็นวันที่ 9 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ตามเวลาสหรัฐอเมริกา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับ
การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มมากขึ้น หลังอิหร่านออกมาระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำระเบิดและไม่สามารถใช้งานได้ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกา (U.S. Central Command)เปิดเผยว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย นับเป็นรายที่ 3 จากการสู้รบระลอกล่าสุดกับอิหร่าน โดยอิหร่านโจมตีทางตอนเหนือของอิรัก ส่งผลให้ยอดรวมทหารสหรัฐฯที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากปฎิบัติการรบกับอิหร่านเป็น 17 นาย นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านเริ่มต้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯเดินหน้าเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพื่อตอบโต้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีในจอร์แดน ที่ทำให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิต ทั้งนี้ สหรัฐโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในเมืองดาร์โคเวย์น ของอิหร่าน ทำให้องค์การพลังงานปรมาณูอิหร่านออกมาประณามว่า ถือเป็นการโจมตีที่อันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อสันติของอิหร่าน สหรัฐฯต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบจากการยกระดับความไม่มั่นคงและความไร้เสถียรภาพที่อาจเกิดขึ้น
มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯประกาศว่า สหรัฐฯจะยังโจมตีอิหร่านต่อไป ตราบใดที่อิหร่านยังโจมตีการขนส่งสินค้าทางทะเลทั่วโลก ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ ตราบใดที่อิหร่านยังยืนกรานควบคุมเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ เราก็ต้องตอบโต้ สหรัฐฯ เปิดกว้างเสมอสำหรับทางออกทางการทูต
ขณะที่กองทัพอิหร่านโจมตีสหรัฐฯเพื่อเป็นการตอบโต้เช่นกัน โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ได้ปฎิบัติการยิงขีปนาวุธใส่เครื่องบินของสหรัฐฯและฐานทัพสหรัฐฯในประเทศตะวันออกกลาง ที่สนามบินอักบาบาของจอร์แดน รวมถึงทรัพย์สินและอุปกรณ์ทางทหารของสหรัฐฯ ที่ค่ายอัล-อาดีรี และฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลมของคูเวต และในซีเรีย รวมถึงบาห์เรน โดยกระทรวงกลาโหมคูเวตออกแถลงการณ์ประณามอิหร่านอย่างรุนแรงว่า พุ่งเป้าโจมตีพื้นที่พลเรือน รวมถึงสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ หลังทางคูเวตยืนยันว่า โรงผลิตไฟฟ้าและน้ำจืดตกเป็นเป้าโจมตีของอิหร่านครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน
การโจมตีตอบโต้ระหว่างสองฝ่ายที่ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น และยังไม่มีสัญญาณว่ายุติในระยะเวลาอันใกล้ ตรงข้ามเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเป้าหมายทางทหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมสะพาน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณท่าเรือ เพิ่มความกังวลว่าโอกาสกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวรอาจลดลง
โดยอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ผ่านเทเลแกรมว่า ข้อเรียกร้องบางประการที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน อาจยังไม่สามารถหาข้อสรุปหรือทางออกได้ขณะนี้
สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านเผยว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯโจมตีหลายเมืองของอิหร่านช่วงเช้าวันจันทร์ ได้ยินเสียงระเบิดในเมืองทาบริซ ชาบาฮาร์ โคนารัก บันดาร์ มาห์ชาห์ร และบันดาร์ อิหม่าม โคมัยนี
ขณะที่กองทัพจอร์แดน เปิดเผยว่า สามารถยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านที่พุ่งเป้าเข้ามายังน่านฟ้าได้ 3 ลูก และอีกลูกตกในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จอร์แดนยังเรียกตัว อาลี อัสการ์ นาเซรี อุปทูตอิหร่านประจำจอร์แดน เข้าพบ เพื่อเรียกร้องให้ยุติสิ่งที่จอร์แดนเรียกว่า เป็นการโจมตีที่ไร้เหตุผลและอย่างโจ่งแจ้งทันที โดยย้ำว่าความมั่นคงของประเทศคือเส้นตายที่ห้ามล่วงละเมิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี