วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สหรัฐทุ่มสุดตัว
ของบสู้อิหร่าน
ขู่บอมบ์กลุ่มฮูตี
ถ้าปิดทะเลแดง
สหรัฐฯเผยสงครามอิหร่านใช้งบไปแล้ว 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.26 ล้านล้านบ. จ่อยื่นขอเพิ่มอีก 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ส่วนสถานการณ์สู้รบกองทัพมะกัน โจมตีเป้าหมายในเตหะรานต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 พุ่งเป้าที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ขู่กลับฮูตี ถ้าปิดทะเลแพงเจอโต้กลับทันที ขณะที่บัวแก้วส่งสัญญาณอพยบคนไทย
สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่ลุกลามเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศพันธมิตรในภูมิภาค ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานโลก หลังเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ที่ขนส่งน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปเอเชีย ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปใช้ในทะเลแดง หลังกลุ่มฮูตีในเยเมน พันธมิตรของอิหร่านขู่โจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันซาอุดีอาระเบีย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันทั้งสองลำรับน้ำมันดิบจากท่าเรือยันบู ของซาอุดีอาระเบียบนชายฝั่งทะเลแดงมุ่งหน้าปลายทางจีนและอินเดีย แต่ต้องเปลี่ยนเส้นทางกลับเมื่อวันอังคาร และมุ่งหน้าเข้าสู่คลองสุเอซ แทนที่จะเดินทางผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เพื่อออกสู่มหาสมุทรอินเดีย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกลุ่มฮูตีประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคมว่า จะเริ่มปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย พร้อมขู่จะโจมตีเรือทุกลำที่บรรทุกหรือขนถ่ายน้ำมันซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ในสงครามที่ขยายวงกว้างในภูมิภาค กลุ่มฮูตีควบคุมพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกของเยเมน รวมถึงชายฝั่งบริเวณปากทะเลแดง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งสินค้าและพลังงานระหว่างประเทศอีกเส้นทางหนึ่ง
ด้านความเคลื่อนไหวของกองทัพสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 11 เสียงระเบิดดังกึกก้องช่วงเช้ามืด ในกรุงเตหะราน เมืองชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ชาบาฮาร์ และ โคนารัก รวมถึงเมืองบุชเชอร์ ที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯกล่าวว่า กลุ่มฮูตียังไม่ได้ปิดช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เส้นทางเข้าสู่ทะเลแดง พร้อมเตือนว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวสหรัฐฯจะตอบโต้ทันที นอกจากนี้ ยังระบุว่า มีทหารสหรัฐฯเสียชีวิตแล้ว 18 นาย นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น โดยรวมถึง 4 นายที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯในจอร์แดนและอิรัก นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกลับมาขู่โจมตีสถานที่ตั้งนิวเคลียร์ของอิหร่านที่นาทานซ์ (Natanz) อีกครั้ง หลังเคยอ้างว่าสหรัฐฯ ทำลายสถานที่ดังกล่าวไปแล้ว จากการโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯใน บาห์เรน คูเวต และจอร์แดน รวมถึงมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
อิหร่านยังอ้างว่าได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท Amazon ในบาห์เรน ที่ตั้งศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาคของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ แต่ Amazon ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น และยังไม่มีการยืนยันข้อมูลดังกล่าวจากแหล่งอิสระ
วันเดียวกัน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเปิดเผยค่าใช้จ่ายเป็นทางการในการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน ล่าสุดพุ่งสูงถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท พร้อมยื่นของบประมาณด้านกลาโหมรวม 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมงบประมาณเกือบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์ สำหรับทำสงครามกับอิหร่าน
เฮกเซธเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวระหว่างการไต่สวนต่อคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม มีพล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯเข้าร่วมชี้แจงความจำเป็นในการเพิ่มงบประมาณกลาโหม ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
รมว.กลาโหมสหรัฐฯระบุว่า ตัวเลข 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นการประเมินล่าสุด รวมค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการ การบำรุงรักษาบางส่วนถึงสิ้นเดือนกันยายน โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าการประเมินของหลายสถาบัน อย่าง Moody’s Analytics ประเมินว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯจากสงครามครั้งนี้อาจสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หากรวมต้นทุนทางอ้อม เช่น ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและผลกระทบต่อผู้บริโภค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวเลขล่าสุดยังเพิ่มขึ้นจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์เคยเปิดเผยเมื่อเดือนพฤษภาคมซึ่งอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่เดือน เฮกเซธยังระบุด้วยว่า หากรัฐสภาไม่อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน กองทัพสหรัฐฯอาจต้องลดการฝึกกำลังพลในอนาคต เพราะข้อจำกัดด้านงบประมาณ
วันที่ 21 ก.ค. เมื่อเวลา 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังการหยุดยิงสิ้นสุดลงและการสู้รบกลับมาปะทุอีกครั้งว่า เป็นการเตรียมความพร้อม และประเมินสถานการณ์ เพราะมีคนไทยอาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงมีความเป็นห่วงความปลอดภัย ซึ่งการปะทะครั้งที่แล้ว ก็ได้มีการอพยพ คนไทยออกจากประเทศอิหร่าน ด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย
ขณะที่สถานการณ์ในขณะนี้ กลับมาสู้รบกันอีกครั้ง จึงต้องประเมินสถานการณ์ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยแต่ละแห่งมองสถานการณ์ อย่างไร แต่ที่สำคัญคือ ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานกาณ์ และพร้อมแค่ไหน หากต้องอพยพคนไทยอีกครั้ง ซึ่งขอยืนยันว่า เรามีความพร้อม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี