วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
24 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาคองเกรส ลงมติสวนทางกันเกี่ยวกับอำนาจการทำสงครามของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในการโหวตลงมติเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยขณะที่สภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่เพียงเล็กน้อย
ลงมติด้วยคะแนนเสียง 214 ต่อ 208 เสียง ตำหนิการทำสงครามอิหร่านของทรัมป์ และสั่งให้เขายุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากสภา แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมาวุฒิสภาที่พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากเล็กน้อยเช่นกัน ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 49 ต่อ 47 เสียง คัดค้านมาตรการดังกล่าว
มติดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอโดยนางพรามิลา จายาปาล ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐวอชิงตัน ซึ่งสั่งให้ 'ทรัมป์' ยุติการใช้กองกำลังสหรัฐในการสู้รบกับอิหร่าน เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจจากสภาคองเกรสนั้น ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
โดยมีส.ส.พรรครีพับลิกัน 4 คน ได้แก่ ทอม บาร์เร็ตต์ ส.ส.รัฐมิชิแกน ไบรอัน ฟิตซ์แพทริก ส.ส.รัฐเพนซิลวาเนีย วอร์เรน เดวิดสัน ส.ส.รัฐโอไฮโอ และ โธมัส แมสซีย์ ส.ส.รัฐเคนทักกี ลงมติเห็นชอบร่วมกับส.ส.พรรคเดโมแครต
ส่วนการลงมติในวุฒิสภา มีซูซาน คอลลินส์ สว.รีพับลิกันจากรัฐเมน ที่โหวตเห็นชอบร่วมกับสว.พรรคเดโมแครต ซึ่งสนับสนุนมติจำกัดอำนาจสงครามดังกล่าว แต่จอห์น เฟตเตอร์แมน สว.เดโมแครตจากรัฐเพนซิลเวเนีย ลงมติร่วมกับพรรครีพับลิกัน คัดค้านมติดังกล่าว และมีสว.รีพับลิกัน 4 คนไม่ได้ลงคะแนน
.jpg)
การลงมติครั้งนี้เป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น โดยสมาชิกสภาคองเกรสได้ผ่านมติในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มทำสงครามโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่ไม่ได้นำไปสู่การยุติสงครามแต่อย่างใด
ผลการลงคะแนนยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักการเมือง รวมถึงพรรครีพับลิกัน และพรรคเดโมแครตบางส่วนเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ 'ทรัมป์' กล่าวอ้างว่าเป็นความพยายามที่รวดเร็วและมุ่งเน้นที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน แต่กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสหรัฐฯ
หลังการลงคะแนน 'นางจายาปาล' กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เธอยินดีกับผลการโหวตในสภาผู้แทนราษฎร นี่ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่จากทุกพรรคเชื่อว่านี่เป็นสงครามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมายที่ต้องยุติลง โดยอ้างถึงการเสียชีวิตของทหารและพลเรือน และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากสงครามอิหร่าน
รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ให้อำนาจเฉพาะคองเกรส หรือ รัฐสภา เท่านั้น ไม่ใช่ประธานาธิบดีในการอนุมัติให้ใช้กำลังทหารและส่งกองกำลังเข้าไปยังพื้นที่ความขัดแย้งในต่างประเทศได้ แม้จะเคยมีกรณีตัวอย่างสำคัญที่ประธานาธิบดีสั่งปฏิบัติการระยะสั้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทันทีก็ตาม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี