วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตือนว่า กรุงเตหะรานและกลุ่มฮูตีในเยเมนอาจต้องเผชิญบทลงโทษทางทหารครั้งใหญ่แต่ยังคงเปิดช่องสำหรับการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงคราม
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ (24 ก.ค.) หลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสองฝ่ายล่มลงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน ส่งผลให้กองกำลังอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศอาหรับใกล้เคียง พร้อมเตือนว่าอาจโจมตีอาคารพลเรือนที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่ว่าสหรัฐฯ อาจขยายเป้าหมายการโจมตีในอิหร่านไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงงานพลังงาน สะพาน รวมถึงอาจส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้ายึดศูนย์ส่งออกน้ำมันบนเกาะคาร์ก และโจมตีสถานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ใต้ดิน
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ครั้งใหม่ พร้อมกล่าวว่า กำลังมีการพูดคุยกับอิหร่าน และมองว่าอีกฝ่ายมีท่าทีจริงจังมากขึ้น
เมื่อถูกถามถึงแนวทางยุติสงคราม ทรัมป์ระบุว่า มีทั้งทางเลือกทางทหารที่อาจเดินหน้าต่อและเพิ่มระดับความรุนแรง หรือแนวทางที่ฉลาดกว่าคือการทำข้อตกลง แต่ย้ำว่า “เราพร้อมแล้ว เราพร้อมที่จะเดินหน้า”
อิหร่านยิงตอบโต้ ขู่โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ
กองทัพสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13 ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโจมตีพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นฐานทัพของสหรัฐฯ
สื่ออิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯ โจมตีสำนักงานใหญ่กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC Navy) ในจังหวัดกิลาน บริเวณทะเลแคสเปียน รวมถึงโจมตีเมืองท่า บันดาร์ อันซาลี
นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 5 คน จากการโจมตีของสหรัฐฯ ในเมืองอาห์วาซ
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านออกคำเตือนว่า อาจโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ที่ใช้สิ่งปลูกสร้างในเมืองต่างๆ เป็นฐานปฏิบัติการ
กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านเปิดเผยว่า นับตั้งแต่การปะทะกับสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้งช่วงปลายเดือนมิถุนายน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 59 ราย และบาดเจ็บ 666 คน
ขณะที่สื่ออิหร่านอ้างคำกล่าวของผู้บัญชาการทหารระดับสูงว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการสังหารทหารสหรัฐฯ 1 นาย ต่อชาวอิหร่านทุกคนที่เสียชีวิต
ด้านสหรัฐฯ ระบุว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิต 18 นาย และมีทหารได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 นาย นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น
ฮูตีโจมตีเรือน้ำมัน ซ้ำแรงกดดันตลาดพลังงานโลก
ความขัดแย้งยังขยายวงไปถึงกลุ่มฮูตีในเยเมน หลังกลุ่มดังกล่าวประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และอ้างว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง
ทรัมป์ประกาศว่า จะถือว่าอิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีใดๆ ที่เกิดจากกลุ่มฮูตี
ขณะที่กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมน เปิดเผยว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของกลุ่มฮูตีในจังหวัดโฮไดดาห์ โดยอ้างว่าเป็นฐานที่ใช้คุกคามเรือพาณิชย์
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 7% แตะระดับมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับมากกว่า 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันศุกร์
ปากีสถานเร่งหาทางเปิดโต๊ะเจรจา
ท่ามกลางความตึงเครียด แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปากีสถานกำลังพยายามหาทางฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อยุติสงคราม หลังจีนมีบทบาทผลักดันความพยายามดังกล่าว
การหารือเบื้องต้นเกิดขึ้นระหว่างการเยือนกรุงอิสลามาบัดของ เอสกันดาร์ โมเมนี รัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการเยือนปากีสถานครั้งที่ 2 ภายใน 10 วัน
ขณะเดียวกัน การโจมตีของกลุ่มฮูตีทำให้เรือบรรทุกน้ำมันหลายลำต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ผ่านคลองสุเอซและอ้อมทวีปแอฟริกาเพื่อเดินทางไปยังเอเชีย ส่งผลให้ต้นทุนประกันภัยทางทะเลในทะเลแดงเพิ่มขึ้นอย่างมาก
สถานการณ์ล่าสุดทำให้ช่องแคบ ฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก กลายเป็นจุดเสี่ยงสูงของความขัดแย้ง โดยจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านเส้นทางดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 1 ลำในวันพฤหัสบดี ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี