533.jpg
สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยหาย เพราะเงินบาทอ่อน-หนี้ครัวเรือนพุ่ง

สื่อเกาหลีใต้ชี้ นักท่องเที่ยวไทยหาย เพราะเงินบาทอ่อน-หนี้ครัวเรือนพุ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

สำนักข่าว Money Today ของเกาหลีใต้ ได้นำเสนอการวิเคราะห์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างไทยและเกาหลีใต้ โดยระบุว่า ประเทศไทยซึ่งเคยเป็นตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปเกาหลีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสวนทางกับตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่ยังคงเดินทางมาเยือนประเทศไทยเป็นจำนวนมาก สถานการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ถึงปัญหาการขาดดุลการท่องเที่ยวที่อาจรุนแรงขึ้น

 


สถิตินักท่องเที่ยวไทยลดลง สวนทางกับชาติอื่นในอาเซียน

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Data Lab) ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม - มิถุนายน) ของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเกาหลีใต้เพียง 188,000 คน ซึ่งลดลงถึง 35.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ที่เคยมีตัวเลขสูงถึง 293,000 คน

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ไทยเป็นประเทศหลักเพียงแห่งเดียวในกลุ่มอาเซียนที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ กลับมีอัตราการเติบโตสูงถึง 89.9% นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับจำนวนชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางมาไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งมีมากกว่า 540,000 คน (เฉลี่ยเดือนละกว่าแสนคน) ยิ่งทำให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน

 

 

พิษเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่หดตัว

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สื่อเกาหลีใต้วิเคราะห์คือ กำลังซื้อของคนไทยที่ลดลงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน การอ่อนค่าของเงินบาท และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงแตะระดับ 90% ของ GDP ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของสำนักข่าว Reuters ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาการบริโภคที่ตกต่ำจากภาระหนี้สิน ทำให้ความต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยโดยรวมลดลงตามไปด้วย

 

ผลกระทบจากมาตรการ ตม. และกระแสแบนเกาหลี

อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ปฏิเสธไม่ได้คือ "ความรู้สึกต่อต้านเกาหลี" หรือกระแสแบนเกาหลีใต้ สืบเนื่องจากการที่เกาหลีใต้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมืองตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย (ผีน้อย) ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมากรู้สึกถึงการถูกเลือกปฏิบัติ และถูกปฏิเสธการเข้าประเทศอย่างไร้เหตุผล

ประสบการณ์เชิงลบเหล่านี้ถูกบอกต่อและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ของไทย เช่น ในเว็บไซต์ Pantip.com ที่มีกระทู้เกี่ยวกับการถูกดูถูกในเกาหลีใต้มียอดผู้อ่านหลักแสนครั้ง ผู้บริหารบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในโซลระบุว่า คนไทยมีความภาคภูมิใจในตนเองสูงและอ่อนไหวต่อการถูกปฏิบัติจากต่างชาติ เมื่อเกิดกระแสดังกล่าว นักท่องเที่ยวไทยจึงหันไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่ให้การต้อนรับดีกว่า เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

 

ผลกระทบระยะยาวและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหา

ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้แสดงความกังวลว่า หากนักท่องเที่ยวไทยยังคงรู้สึกปฏิเสธเกาหลีใต้เช่นนี้ต่อไป อาจนำไปสู่การสูญเสียตลาดกลุ่มนี้ในระยะยาว เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยถือเป็นกลุ่มลูกค้าคุณภาพที่มีความสนใจในวัฒนธรรมเกาหลีสูง และมีอัตราการเดินทางกลับมาเที่ยวซ้ำ (Repeat visit) สูงถึง 79.7% ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศ

ตัวแทนจากแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ได้ให้ข้อเสนอแนะทิ้งท้ายว่า ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรตั้งเป้าหมายเพียงแค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ควรหันมาให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการบริการ สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว และนำเสนอเนื้อหาการท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อดึงดูดความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้กลับคืนมาอีกครั้ง

ขอบคุณภาพจาก JUNG YEON-JE / AFP /그래픽 = 임종철 디자인기자 ข่าวต้นทาง "한국인 태국 많이 가는데" 태국인은 한국 안 온다...갑자기 왜?

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top