วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ซาอุรุกหนัก
นำทัพผนึก14ชาติ
ขอคุมน่านน้ำโลก
จีนเคลื่อนไหวแล้ว ปัดทิ้งข่าวลือ ส่งขีปนาวุธชุดใหญ่ให้อิหร่าน ยันปักกิ่งยึดมั่นแต่สันติภาพ ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย นำทัพใหญ่ผนึก 14 ชาติคุมน่านน้ำโลก จัดตั้งพันธมิตรป้องกันภัยทางทะเลพหุภาคี
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีที่แหล่งข่าว 3 รายที่คุ้นเคยกับข้อตกลงดังกล่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า อิหร่านคาดว่าจะได้รับการส่งมอบ “ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบประทับบ่า” (MANPADS) ที่ผลิตโดยจีนล็อตแรกจำนวนมากถึง 400 กระบอกภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศท่ามกลางสงครามกับสหรัฐอเมริกา
ล่าสุด นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาปฏิเสธ รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส โดยระบุว่า ข้อมูลเหล่านั้นเป็นเท็จและไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง บทบาทของจีน คือ การส่งเสริมสันติภาพและยุติความขัดแย้งมาโดยตลอด
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เขานั้นรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับผู้นำสี จิ้นผิง ของจีน หากเขามอบอาวุธให้แก่อิหร่าน
โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่าจีนกำลังเตรียมส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ให้กับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านกำลังพยายามเสริมกำลังระบบอาวุธบางประเภทด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตรต่างชาติที่สำคัญ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า 14 ประเทศได้ให้การสนับสนุนข้อเสนอของซาอุดีอาระเบียในการจัดตั้ง “พันธมิตรป้องกันภัยทางทะเล” (Maritime Defense Alliance) แบบพหุภาคี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการค้าโลก
ประเทศทั้ง 14 ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย คูเวต บาห์เรน กาตาร์ ปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ จอร์แดน เยเมน บังกลาเทศ ไนจีเรีย ซูดาน จิบูตี และ โซมาเลีย
กระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารและผู้แทนอื่นๆ จาก 43 ประเทศเข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับข้อริเริ่มนี้ ทั้งแบบเข้าร่วมด้วยตนเองและผ่านทางวิดีโอลิงก์ คณะผู้แทนจากสหภาพยุโรปก็เข้าร่วมด้วย ผู้เข้าร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับการโจมตีเรือพาณิชย์ เรือขนส่งพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานทางทะเล ตลอดจนความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อการเดินเรือ ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
โดยที่ประชุมได้ตกลงกันให้ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศผู้ก่อตั้งและเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตร รวมถึงเป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่หลัก
ชาติพันธมิตรที่เสนอขึ้นนี้เป็น “ข้อตกลงริเริ่มเชิงป้องกันระดับนานาชาติแบบเปิด” สำหรับประเทศต่างๆ ที่มีเป้าหมายและหลักการร่วมกัน โดยเสริมว่าพันธมิตรนี้จะมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลและรักษา “เสรีภาพในการเดินเรือและการค้าโลก”
ประเทศสมาชิกทั้ง 14 ประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันสนับสนุนโครงการนี้และยินดีกับข้อตกลงที่บรรลุได้เกี่ยวกับการจัดตั้งพันธมิตร นอกจากนี้ ประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมก็แสดงการสนับสนุนและกำลังดำเนินการตามขั้นตอนการอนุมัติภายในประเทศอยู่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างคนกลางกับกลุ่มฮามาส ที่กรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ นำไปสู่การบรรลุ“ข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์”ว่าด้วยการปลดอาวุธฮามาสทั้งหมดเป็นขั้นตอน เพื่อปูทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลปาเลสไตน์ชุดใหม่ในการบริหารฉนวนกาซา และรับประกันความมั่นคงให้แก่อิสราเอล
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระบุว่าแม้การหารือมีความคืบหน้า แต่ยังไม่แน่ชัดว่าข้อตกลงจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ เนื่องจากอิสราเอลยังไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอ โดยยืนกรานให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธทั้งหมด ถอนกำลังพลและอาวุธออกจากฉนวนกาซา และฉนวนกาซาต้องเป็นพื้นที่ปลอดกำลังทหาร ก่อนเริ่มกระบวนการใดก็ตาม
ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ว่า ตอบรับข้อเสนอในเชิงบวก แต่ไม่ได้ยืนยันว่าจะยอมปลดอาวุธทั้งหมด ซึ่งเป็นประเด็นขัดแย้งสำคัญตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยแหล่งข่าวซึ่งใกล้ชิดกับกลุ่มฮามาสเปิดเผยว่า กลุ่มฮามาสพร้อมนำอาวุธหนักไปเก็บไว้ ภายใต้การดูแลของหน่วยงานกลางในปาเลสไตน์ แต่ไม่มีทางส่งมอบให้กับอิสราเอลอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน แผนที่อยู่ระหว่างการหารือกำหนดให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จัดตั้งฝ่ายบริหารพลเรือนในปาเลสไตน์ อิสราเอลต้องถอนทหารออกจากฉนวนกาซา ส่งกองกำลังนานาชาติเข้ารักษาความมั่นคง และทยอยโอนอำนาจให้คณะกรรมการบริหารฉนวนกาซา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ภายใต้หลักการ “หนึ่งอำนาจ หนึ่งกฎหมาย หนึ่งอาวุธ”ของคณะกรรมการสันติภาพ ที่รัฐบาลทรัมป์เป็นแกนนำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี