วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
7 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าที่ผลิตจาก โพลีซิลิคอน (Polysilicon) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือชิป และ แผงโซลาร์เซลล์ กำหนดอัตราภาษี 15% พร้อมกำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับการนำเข้าโพลีซิลิคอนและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลในวันที่ 4 ธันวาคมนี้
คำสั่งนี้ของ 'ทรัมป์' ดำเนินการภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายขยายการค้า ปี 1962 ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการทางการค้าเพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ หลังมีการสอบสวนผลกระทบด้านความมั่นคงจากการผลิตโพลีซิลิคอนในต่างประเทศ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปและพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับจีน โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังงาน
โพลีซิลิคอน (Polysilicon) เป็นซิลิคอนที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ในระดับสูง และ เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในห่วงโซ่การผลิตทั้งเซมิคอนดักเตอร์และโซลาร์เซลล์ โดยในอุตสาหกรรมชิป โพลีซิลิคอนจะถูกนำไปผลิตเป็นเวเฟอร์ซิลิคอน ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตชิป ขณะที่ในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เวเฟอร์จะถูกนำไปผลิตเป็นเซลล์แสงอาทิตย์และประกอบเป็นแผงโซลาร์เซลล์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐอเมริกาปล่อยให้บริษัทต่างชาติแข่งขันกับผู้ผลิตโพลีซิลิคอนในประเทศอย่างไม่เป็นธรรมมานานหลายทศวรรษ ส่งผลให้สัดส่วนการผลิตโพลีซิลิคอนของสหรัฐฯ ในตลาดโลก ซึ่งเคยอยู่ที่ประมาณ 50% ในปี 2005 ลดลงเหลือต่ำกว่า 2% ในปี 2024 ขณะที่จีนครองสัดส่วนการผลิตโพลีซิลิคอนในระดับสูงจนเกือบเป็นผู้ผูกขาดตลาดโลก
.jpg)
สหรัฐฯ จะกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำไว้ที่ 21 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมสำหรับโพลีซิลิคอน , 100 ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมสำหรับแท่งโพลีซิลิคอนและเวเฟอร์ , 0.22 ดอลลาร์ต่อวัตต์สำหรับเซลล์แสงอาทิตย์ และ 0.38 ดอลลาร์ต่อวัตต์สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะจัดทำโครงการจูงใจสำหรับบริษัทที่ลงทุนสร้างโรงงานผลิตโพลีซิลิคอนและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศ
ปัจจุบันสหรัฐฯ มีโรงงานผลิตโพลีซิลิคอนหลัก 2 แห่ง ได้แก่ Hemlock Semiconductor ในรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง Corning กับ Shin-Etsu Handotai ของญี่ปุ่น และโรงงานของ Wacker Chemie ในรัฐเทนเนสซี
คอร์นนิ่ง (Corning) ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐฯ และเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ส่วนทางด้าน Wacker Chemie ระบุกำลังตรวจสอบการกระทำดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบอย่างถ่องแท้ เราขอขอบคุณที่ฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีผลกระทบอย่างมากต่อความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลขั้นสูง และผลประโยชน์ด้านการป้องกันและความมั่นคงของสหรัฐฯ ในวงกว้าง
ซึ่งทาง 'จีน' ออกมาประณามมาตรการดังกล่าว โดยสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า การขึ้นภาษีจะ "สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง" ต่อการค้าระหว่างสองประเทศ และจีนจะดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องบริษัทของตน พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้อำนาจรัฐกดดันธุรกิจจีน และเตือนว่าลัทธิกีดกันทางการค้าไม่สามารถทำให้สหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี