546.jpg
ฮอร์มุซยังไม่เปิด! เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านติดหล่ม น้ำมันพุ่งเกือบ 90 ดอลลาร์ หวั่นวิกฤตพลังงานลากยาว

ฮอร์มุซยังไม่เปิด! เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านติดหล่ม น้ำมันพุ่งเกือบ 90 ดอลลาร์ หวั่นวิกฤตพลังงานลากยาว

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.54 น.

ความหวังข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มริบหรี่ หลังเตหะรานยืนยันช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่เปิด หากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไข ขณะที่เกิดเหตุโจมตีเรือในเส้นทางเดินเรือเพิ่มแรงกดดันตลาดพลังงาน ดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์เข้าใกล้ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังความหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การโจมตีเรือในเส้นทางเดินเรือสำคัญของตะวันออกกลางยิ่งเพิ่มความวิตกว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอุปทานพลังงานในตลาดโลก


ช่องแคบฮอร์มุซ

แฟ้มภาพ

Reuters รายงานเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ประกอบกับรายงานการโจมตีเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอล-มันเดบ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 72 เซนต์ มาอยู่ที่ 89.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ WTI เพิ่มขึ้น 71 เซนต์ อยู่ที่ 83.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อิหร่านยืนยัน “ฮอร์มุซยังไม่เปิด”

ช่องแคบฮอร์มุซ

แฟ้มภาพ

ปัญหาสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขของอิหร่าน ซึ่งยืนยันว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับการตกลงเรื่องเส้นทางเดินเรือกับโอมานเท่านั้น

อิหร่านระบุว่า การจัดทำข้อตกลงกับโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือใหม่อยู่ในขั้นตอนใกล้เสร็จสมบูรณ์ แต่การเปิดช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบยังต้องการให้สหรัฐฯ ดำเนินการตามเงื่อนไขอื่นที่เตหะรานกำหนดไว้ด้วย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอิหร่านส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงปิดอยู่จนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดและการลดความตึงเครียดในภูมิภาค

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ความหวังก่อนหน้านี้ที่ว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานจะนำไปสู่การเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างรวดเร็วต้องสะดุดลง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยประเมินว่าความคืบหน้าระหว่างอิหร่านกับโอมานอาจนำไปสู่ข้อตกลงในเร็ววัน และทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับเดินไปอีกทิศทางหนึ่ง

เส้นทางเดินเรือเงียบเหงา

ช่องแคบฮอร์มุซ

แฟ้มภาพ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบพลังงานโลก เพราะเป็นเส้นทางหลักที่เรือบรรทุกน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียต้องใช้ในการเดินทางออกสู่ตลาดโลก

เมื่อสถานการณ์ความมั่นคงเลวร้ายลง บริษัทเดินเรือจำนวนมากจึงหลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้ปริมาณการเดินเรือลดลงอย่างมาก

Reuters รายงานก่อนหน้านี้ว่า จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียงระดับไม่กี่ลำต่อวัน เทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิดสงครามประมาณ 125 ลำต่อวัน ขณะที่ในช่วงหนึ่งพบเรือผ่านช่องแคบเพียง 6 ลำ และแทบไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่หรือเรือขนส่ง LNG ผ่านเส้นทางดังกล่าว

นั่นหมายความว่า แม้ในทางกายภาพช่องแคบจะไม่ได้ถูกปิดสนิททุกนาที แต่ในทางเศรษฐกิจและการขนส่ง ฮอร์มุซแทบไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ

เรือถูกโจมตีซ้ำ เติมเชื้อไฟให้ตลาดน้ำมัน

ช่องแคบฮอร์มุซ

แฟ้มภาพ

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อเกิดเหตุโจมตีเรือในเส้นทางเดินเรือของภูมิภาค

Reuters รายงานว่า มีการโจมตีเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเหตุโจมตีในบริเวณช่องแคบบับเอล-มันเดบ ซึ่งเป็นอีกเส้นทางยุทธศาสตร์สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของบริษัทเดินเรือ เพราะแม้จะมีความพยายามจัดเส้นทางเดินเรือใหม่ แต่ความเสี่ยงต่อเรือ ลูกเรือ และสินค้ายังคงอยู่

เมื่อบริษัทประกันภัยและผู้ประกอบการเดินเรือต้องประเมินความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ต้นทุนการขนส่งและประกันภัยก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย

จากปัญหาฮอร์มุซสู่ปัญหาน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซ

สิ่งที่ตลาดกำลังกังวลจึงไม่ใช่เพียงว่า “ฮอร์มุซจะเปิดวันไหน” แต่คือ หากสถานการณ์ลากยาว จะมีน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกเพียงพอหรือไม่

ความกังวลดังกล่าวสะท้อนผ่านราคาน้ำมันในตลาดโลกทันที โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์กำลังขยับเข้าใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดประเมินใหม่ว่าการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจใช้เวลานานกว่าที่คาด

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบางอย่างช่วยจำกัดแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน โดยข้อมูลจาก American Petroleum Institute ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดถึง 9.1 ล้านบาร์เรล หากข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ หรือ EIA ก็อาจช่วยลดแรงกดดันด้านอุปทานได้บางส่วน

แต่ EIA ยังคาดว่าปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานจากตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 โดยมีปริมาณน้ำมันที่ได้รับผลกระทบราว 600,000 บาร์เรลต่อวัน

จุดชี้ขาดอยู่ที่โต๊ะเจรจา

Donald Trump

สถานการณ์จึงกลับมาอยู่ที่คำถามสำคัญว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะยอมถอยจากเงื่อนไขของตัวเองมากเพียงใด

ก่อนหน้านี้มีสัญญาณเชิงบวกจากทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะความพยายามของโอมานและประเทศอื่นในภูมิภาคในการทำหน้าที่เป็นคนกลาง แต่ขณะนี้เงื่อนไขเกี่ยวกับการเปิดฮอร์มุซกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ยากที่สุดของการเจรจา

สำหรับสหรัฐฯ การปล่อยให้อิหร่านมีบทบาทควบคุมเส้นทางเดินเรือมากเกินไปอาจถือเป็นการยอมให้อิหร่านได้รับอำนาจต่อรองเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้น

Reuters เคยรายงานว่า ข้อเสนอหนึ่งเกี่ยวกับการเปิดฮอร์มุซอาจให้อิหร่านมีบทบาทในการควบคุมการเดินเรือขาเข้า ซึ่งถือเป็นสัมปทานสำคัญสำหรับเตหะราน และเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ เคยแสดงท่าทีไม่ยอมรับ

ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านต้องการใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของฮอร์มุซเป็นเครื่องมือกดดันให้สหรัฐฯ ยอมผ่อนคลายมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจและการเมือง

ดังนั้น ช่องแคบฮอร์มุซจึงไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินเรืออีกต่อไป แต่กลายเป็น “ไพ่ใบสำคัญ” บนโต๊ะเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน

จับตา 3 ฉากทัศน์

จากสถานการณ์ล่าสุด มีความเป็นไปได้อย่างน้อย 3 แนวทาง

สหรัฐอเมริกา

1. บรรลุข้อตกลง

หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถประนีประนอมเรื่องการเดินเรือ การปล่อยทรัพย์สิน และการลดความตึงเครียดในภูมิภาค ฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดได้ และราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงอย่างรวดเร็ว

2.เจรจายืดเยื้อ

เป็นสถานการณ์ที่ตลาดมีแนวโน้มกังวลที่สุด เพราะแม้ไม่มีการปะทะครั้งใหญ่ แต่การเดินเรือยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งจะถูกกดดันต่อเนื่อง

3.ความขัดแย้งยกระดับ

หากเกิดการโจมตีเรือหรือการเผชิญหน้าทางทหารเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันจะเพิ่มขึ้นทันที และอาจทำให้ราคาน้ำมันทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ได้

ขอขอบคุณภาพจาก รอยเตอร์, เฟซบุ๊ก Donald J. Trump, google

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top