วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
นกยิ้มหวาน
การได้นั่งเครื่องบินของคนยุคนี้ช่างเป็นเรื่องที่แสนง่าย เพราะราคาค่าตั๋วเกือบจะไม่แตกต่างไปจากการนั่งรถไฟชั้นหนึ่ง หรืออาจจะแพงกว่ารถทัวร์ก็เพียงไม่กี่ร้อยบาท ดังนั้นผู้คนจึงเลือกใช้บริการเครื่องบินกันมากมาย จนตลาดสายการบินโลว์คอสต์ในประเทศไทยและทั่วโลกเติบโตอย่างทะลักทลาย แต่ในมุมกลับกันการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำก็ส่งผลให้สายการบินที่อ้างว่าตัวเองเลิศหรูวิเศษวิโสแต่ขายตั๋วราคาแพงแบบไร้เหตุผล แถมยังมีปัญหาการฉ้อฉลภายในอย่างไม่เกรงฟ้าอายดินต้องประสบปัญหาขาดทุนอย่างที่เราทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีหลายคนใช้บริการเครื่องบินเป็นประจำแทบจะทุกสัปดาห์นั่งจนรู้จักดีว่าสายการบินราคาประหยัดที่ตนโดยสารนั้นใช้เครื่องบินรุ่นไหนชนิดไหน มีกี่ที่นั่ง และรู้ดีว่าบริการของสายการบินไหนดีกว่ากัน ที่นั่งสะดวกกว่า กว้างขวางกว่า หรือสายการบินไหนชอบตุกติกซุกซ่อนค่าบริการแบบยิบย่อย คิดค่าบริการโน่นนี่นั่นจนเวียนศีรษะ บวกไปบวกมาจนราคาเกือบไม่ต่างกับสายการบินที่อ้างว่าสูงศักดิ์
วันนี้ Mr.Flower จะพาคุณไปเที่ยวโรงงานผลิตเครื่องบินพาณิชย์ของ Boeing ที่ Mukilteo เมือง Everett, มลรัฐWashington, U.S.A. ที่นี่ห่างจาก Seattle ไปทางเหนือประมาณ 25 ไมล์ และนี่คือแหล่งผลิตเครื่องบินโบอิ้งโดยเฉพาะตระกูล 7 ทั้งหลาย อาทิ 737, 747, 767, 777 และ 787 Dreamliner(ทริปนี้เน้นเฉพาะเครื่องบินพาณิชย์เท่านั้น) เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 08.30-17.00 น. ปิดบริการวัน Thanksgiving Day,Christmas Day โรงงานแต่ละโรงมีขนาด 13,385,378 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 4-5 สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานสากล
.jpg)
รับขวัญนกบุษราคัม
.jpg)
โครงสร้างปีกเครื่องบิน
ณ ที่แห่งนี้คุณจะได้พบกับการประกอบสร้างเครื่องบินตั้งแต่ต้นจนจบ (เน้นว่าเฉพาะการประกอบตัวเครื่องและติดตั้งเครื่องยนต์เท่านั้น) แต่ละรอบใช้เวลาชม 90 นาที บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ห้ามถ่ายรูปและวีดีโอเด็ดขาด ห้ามนำสัมภาระใดๆ เข้าไปทุกกรณี (แต่ Mr.Flower ได้รับคำเชิญจาก Boeing โดยการประสานงานของนกแอร์ ดังนั้นจึงถ่ายรูปมาฝากคุณได้) ไม่อนุญาตเด็กเล็กที่ความสูงไม่ถึง 122 เซนติเมตรเข้าชมด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยสูงสุดของผู้ชม แต่อนุญาตให้ใช้ Wheel Chair สำหรับผู้พิการ โดยต้องแจ้งล่วงหน้า ห้ามนำอาหารเครื่องดื่มเข้าไปรับทานระหว่างชมสายการผลิต บัตรราคา 20 ดอลลาร์ (ผู้ใหญ่) เด็ก 14 ดอลลาร์ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.futureofflight.org/fof_Visit_Admission.html
บอกได้สั้นๆ ว่าเมื่อไปเห็นการผลิตแล้วทึ่งจริงๆ เพราะกว่าจะประกอบเป็นตัวเครื่องบินได้แต่ละลำต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องเน้นความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ แต่ถึงกระนั้นก็ตามโบอิ้งก็บอกว่าสามารถผลิตเครื่องตระกูล 7 ได้เดือนละกว่า 40 ลำ และที่สำคัญคือลูกค้าอันดับต้นๆ ก็มาจากเอเชียนี่แหละ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีนกแอร์รวมอยู่ด้วย นกแอร์สั่งรุ่น 737-800 Next Generation 8 ลำ โดยกำลังทยอยส่งมอบให้ ลำแรกคือ นกบุษราคัม สีสันสดใส เพราะเป็นลำที่เฉลิมฉลองวาระนกแอร์ครบ 10 ปี ส่วน 737 Max 8sอีก 8 ลำ ซึ่งกำลังส่งมอบให้ตั้งแต่ปี 2560
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โบอิ้ง 787
สำหรับวันที่ไปรับนกบุษราคัมคือช่วงกลางเดือนกรกฎาคม โดยคุณรนนท์ มินทะขิน ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารจัดการรายได้และฝ่ายวางแผน และคุณสุริยาภา บุนนาค ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงนักบินมือหนึ่งของนกแอร์ไปร่วมกันรับมอบแล้วพานกแสนสวยลำนี้บินกลับเมืองไทย อ้อ! เกือบลืมบอกไปว่านกบุษราคัมนี้จะเป็นลำแรกของนกแอร์ที่ให้บริการ Free WIFI บนเครื่องด้วย อดใจรออีกไม่นาน
นอกจากไปชมโรงงานผลิตโบอิ้งแล้ว Mr.Flower ยังไปชมบริษัท TEAGUE บริษัทออกแบบตกแต่งภายในเครื่องบินโบอิ้ง
ด้วย ในความเป็นจริงแล้ว TEAGUE ออกแบบผลิตภัณฑ์สารพัดชนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 แล้ว แต่ทริปนี้จะเน้นแค่เพียงการออกแบบภายในตัวเครื่องบินเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเก้าอี้ทุก Class บนเครื่อง แสงไฟแสงสว่างในห้องโดยสาร ลวดลายผ้าหรือหนังที่บุเก้าอี้ เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ห้องน้ำ และจานชามแก้วมีดซ่อมและถาดอาหาร รวมถึง Gallery Room และลวดลายบนผนังภายในห้องโดยสาย หรือแม้แต่ compartment เก็บสัมภาระเหนือที่นั่งผู้โดยสาร TEAGUE ก็ออกแบบให้กับโบอิ้ง ลวดลายบนลำตัวนกบุษราคัมก็เป็นฝีมือของ TEAGUE (ขออภัยที่ไม่สามารถนำรูปผลงานต่างๆ ของ TEAGUE มาฝากคุณได้ เพราะเป็นความลับทางการค้าขั้นสุดยอด) TEAGUE บอกว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คือเครื่องสร้างความแตกต่างและความประทับใจให้กับผู้โดยสารของสายการบิน
.jpg)
.jpg)
ขั้นตอนการผลิตตัวเครื่อง
ไหนๆ ก็ไป Seattle ทั้งทีแล้ว จะไปดูแค่เพียงโรงงานผลิตเครื่องบินโบอิ้งตระกูล 7 เพียงอย่างเดียวก็ดูจะเสียโอกาสไปสักนิด อย่ากระนั้นเลย Mr.Flower ก็จึงตะลอนพาคุณไปเที่ยวชม Lake Washington ด้วย Lake แห่งนี้มีบ้านมหาเศรษฐีใจบุญอย่าง Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Micro Soft บ้านของ Bill นั้นแฝงตัวอยู่ในร่มไม้ที่เขียวขจี แล้วไม่ไกลกันนั้นก็มีบ้านของ Martha Helen Stewart นักจัดรายการด้านอาหาร รายการยอดนิยมของชาวอเมริกัน บ้านของ Martha มีรูปทรงสุด Modern สีขาวสะอาดตา
จริง ๆ แล้วบ้านในละแวกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของคนดังและมหาเศรษฐีทั้งสิ้น แต่ที่คนไทยรู้จักดีก็น่าจะมีสองคนที่ว่านี้แหละ
.jpg)
ดรีมไลน์เนอร์
.jpg)
ห้องนักบินนกแอร์
.jpg)
เตรียมบินกลับไทย
.jpg)
หอคอย Space Needle
แล้วที่พลาดไม่ได้เมื่อไปถึง Seattle ก็คือการต้องขึ้นไปชมเมืองแบบ bird’s eye view บน Space Needle หอคอยสูงสุดสัญลักษณ์ของ Seattleเล่าเรื่อง Boeing, TEAGUE, Lake Washington และ Space Needle มาแค่เพียงย่อๆ คุณสนใจจะไปเที่ยว Seattle กับ Mr.Flower บ้างไหม หากสนใจติดต่อไปครับ e-mail luangpee@hotmail.com จะไปเป็นหมู่คณะหรือจะไปเป็นกลุ่มเล็กๆ ก็ได้ครับ แต่การเข้าชม TEAGUE คงไม่ได้ครับ เพราะต้องได้รับคำเชิญเท่านั้น
แต่หากคุณสนใจจะใช้บริการของนกบุษราคัมละก็รออีกไม่กี่วันครับ นกแสนสวยลำนี้เตรียมพร้อมให้บริการแล้ว พร้อม Free WIFI
.jpg)

.jpg)
บ้านคนดังในเลควอชิงตัน
.jpg)
สนามเบสบอล
.jpg)
เลควอชิงตัน ยามเย็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี