วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
รองโฆษก อสส. เเจงเหตุ ส่งฟ้องคดีป้ามหาภัยใส่น้ำยา เดทตอลใส่ขวดนมเด็กไม่ทัน ต้องปล่อยตัว เหตุสั่งสอบเพิ่มหลายประเด็นปมปริมาณสารพิษหากพบส่งผลอันตรายถึงชีวิตเล็งเเจ้งพยายามฆ่า ยันหลังจากนี้ตามตัวฟ้องได้
วันที่ 3 เมษายน 2569 นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ กรณีศาลเเขวงพระนครใต้มีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.อุษณี หรือ ป้าแอน อายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้าน ผู้ต้องหาผสมสารฆ่าเชื้อ(น้ำยาเดทตอล)ใส่ในขวดนม เนื่องจากพนักการอัยการยื่นฟ้องไม่ทันภายในระยะเวลาฝากขัง30วันว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการคดีศาลเเขวงเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และปลอมปนอาหารหรือยาเพื่อให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้ง 2 ข้อหา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี พร้อมคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งสุดท้าย ที่จะครบกำหนดในวันที่ 29 มกราคม
เมื่ออัยการตรวจสำนวนและเรียกครอบครัวผู้เสียหาย มาสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม ซึ่งอัยการพบข้อพิรุธในเรื่องของปริมาณสารพิษที่อยู่ในขวดนม จึงได้ส่งสำนวนกลับให้พนักงานสอบสวน สน.บางโพงพางไปสอบเพิ่มเติมเรื่องปริมาณสารพิษ ว่าการรับสารพิษของเด็กอายุ 2 ขวบต้องได้รับปริมาณเท่าไหร่ถึงส่งผลแก่ชีวิต จากศูนย์พิษวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์รพ.รามาธิบดี และให้สอบสวนเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็น เกี่ยวกับสารพิษ โดยให้ส่งผลสอบเพิ่มเติมคืนใหัอัยการวันที่ 27 มกราคม จากนั้นวันที่ 28 มกราคม พนักงานสอบสวนเเจ้งกลับมาว่า ส่งหนังสือไปยังศูนย์พิษวิทยาแล้ว. แต่เมื่อถึงวันที่ 29 มกราคม ซึ่งเป็นวันครบฝากขังครั้งสุดท้าย อัยการยังไม่ได้รับผลสอบเพิ่มเติม ตามกระบวนการศาลจะต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากหมดระยะเวลาควบคุมตัวตามกฎหมายเเละอัยการยังไม่สามารถส่งฟ้องได้
นายไชยรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนได้สอบถามไปยังอัยการเจ้าของคดี ว่าถ้าไม่มีผลสอบเรื่องสารพิษ จะเพียงพอพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าผู้ต้องหากระทำหรือไม่ แม้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดจะเห็นว่า ผู้ต้องหาได้ใส่สารพิษลงในขวดนม แต่ผลจากการใส่สารพิษลงขวดนมจะส่งผลอันตรายเด็กถึงแก่ชีวิตได้หรือไม่ ซึ่งหากผลของสารพิษส่งกลับมาแล้วพิจารณาแล้วอาจจะเข้าข่าย พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองหรือไม่ ซึ่งโทษจะหนักและสูงกว่า ซึ่งอัยการต้องการพิสูจน์ในชั้นศาลว่าสารที่อยู่ในขวดนมนั้นส่งผลอันตรายต่อเด็ก มากน้อยแค่ไหน และมองว่าหากอัยการรีบฟ้องไปโดยไม่รอผลสอบสารพิษ อาจจะทำให้ศาลยกฟ้อง
วันที่ 4 กุมภาพันธ์พนักงานสอบสวนได้ส่งหนังสือติดตามไปยังตำรวจอีก และวันที่ 19 กุมภาพันธ์พนักงานสอบสวนได้ส่งหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องไว้ไม่สามารถส่งเอกสารเรื่องสารพิษมาได้ เนื่องจากศูนย์พิษวิทยายังไม่ส่งเอกสารมาให้ "ขอยืนยันว่า ยังสามารถยื่นฟ้องคดีได้แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียดว่าอัยการจะส่งฟ้องในข้อหาเดิมหรือข้อหาใหม่ที่มีโทษสูงขึ้น เพราะการสั่งฟ้องสามารถทำได้เพียงครั้งเดียวซึ่งอัยการอยากทำสำนวนให้รัดกุม "นายไชยรัตน์กล่าว
ส่วนที่ผู้เสียหายกังวลว่าเมื่อผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว แล้วจะไม่สามารถติดตามกลับมารับโทษได้ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ย้ายงานหรือเปลี่ยนถิ่นฐานนั้น นายไชยรัตน์ ระบุว่า เป็นกระบวนการหลังจากที่มีการสั่งฟ้องที่ต้องติดตามตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษ ก็เป็นไปตามกระบวนการ หลังจากที่มีการสั่งฟ้อง ซึ่งหาก สั่งฟ้องในข้อหาเดิมอายุความตั้งแต่เริ่มกระทำผิดอยู่ที่ 10 ปี แต่หากสั่งฟ้องในข้อหาใหม่คดีมีอายุความ 20 ปี
นายไชยรัตน์ คาดว่าจากนี้ประมาณ 1 เดือน ศูนย์พิษวิทยาจะส่งเอกสารมาให้พนักงานสอบสวน เพื่อส่งให้อัยการพิจารณา ข้อกล่าวหาและสั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี