หลังจากที่แคมเปญสื่อสารระดับภูมิภาค “From Educate to Inspire” เปิดตัวด้วยภาพยนตร์โฆษณาที่ถ่ายทอดเรื่องราวการค้นพบของเด็กๆ กระตุ้นให้ตระหนักถึงความสำคัญของห้องเรียนกับการสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยการตั้งคำถามและคิดแก้ปัญหาต่อยอดจินตนาการ ล่าสุด ซัมซุง ยังได้รับเกียรติจากแนวร่วม 4 คนดัง และผู้เชี่ยวชาญจากวงการวิชาการและเทคโนโลยีเปิดประเด็นสำคัญระดับประเทศเรื่องการศึกษาแห่งศตวรรษใหม่ โดยให้มุมมองที่สอดคล้องกันในเรื่องความสำคัญของทักษะแห่งอนาคต และแนวคิดของ “ห้องเรียนต้นแบบ” ที่เด็กไทยควรมี
คุณหมอเจี๊ยบ-พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน อดีตนางสาวไทยและนักแสดงอาชีพ กล่าวว่า “สมัยมัธยม เราเรียนมาแบบเน้นการท่องจำเพื่อเอาไปสอบวัดผล จนกระทั่งวันหนึ่งที่เจี๊ยบรู้เป้าหมายของตัวเองว่าอยากเป็นหมอ เพื่อจะได้ช่วยเหลือคน จึงทุ่มเทพยายามจนสอบเข้าเรียนได้ และได้ค้นพบว่าการเรียนหมอ ทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนแบบเดิมๆ โดยสิ้นเชิง เพราะไม่สามารถพึ่งความรู้จากแค่ในตำราเท่านั้น การจะเข้าใจศาสตร์แขนงนี้อย่างลึกซึ้ง ต้องลงมือทำ ออกไปทำวิจัย ศึกษาจากเคสคนไข้จริง ซึ่งเจี๊ยบมองว่าเป็นการเรียนรู้ที่ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง และความรู้นั้นจะอยู่ติดตัวเราไปตลอด ห้องเรียนยุคใหม่ของเจี๊ยบต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอยากเรียนรู้ให้ได้ โดยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิด ตั้งคำถาม และออกไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบยั่งยืน”
นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา บัณฑิตสาขาวิศวกรรมศาสตร์ นักแสดงอาชีพ และเจ้าของกิจการออกแบบด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “นุ่นเป็นนักเรียนที่โตมากับการเรียนที่เน้นเก่งรายวิชา แต่ไม่เข้าใจว่าจะสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ต่างๆ มาใช้เสริมซึ่งกันและกันอย่างไร เพิ่งได้มาเรียนรู้ตอนที่ได้ลงมือทำงานบริษัทของตัวเอง จึงพบว่าความสามารถเชิงวิชาการอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ เราต้องสามารถปรับใช้กระบวนการคิด ที่เป็นเหตุเป็นผล ประยุกต์ความรู้ศาสตร์ต่างๆ ที่เรามีทั้งวิศวกรรม คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ให้เชื่อมต่อกันและสร้างสรรค์ออกมาเป็นงานที่เราต้องการได้ เด็กรุ่นใหม่โชคดีตรงที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้มากมาย ด้วยเทคโนโลยีเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่ควรต้องฝึกฝนพัฒนาทักษะในการเชื่อมต่อความรู้ต่างๆ ที่มีเข้าด้วยกัน นุ่นคิดว่าจะทำให้เขาสามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ได้มากที่สุดและเดินไปถึงเป้าหมายในอาชีพที่ตั้งไว้”
ดร.นิศรา การุณอุทัยศิริ นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีผลงานระดับนานาชาติ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาการศึกษาบ้านเรา ยังเน้นให้ความสำคัญกับความสำเร็จทางวิชาการเฉพาะบุคคล เชิดชูเด็กเก่ง ตีตราเด็กที่ทำข้อสอบไม่ได้ว่าเป็นเด็กไม่เก่ง ทำให้เราเสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ไปโดยไม่จำเป็น ต้องยอมรับว่าสมัยของตัวเอง ยังเป็นการเรียนแบบคุณครูป้อน และนักเรียนรับอย่างเดียว ทำให้เราต้องปรับตัวมากในตอนที่ได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เพราะสภาพแวดล้อมการเรียนที่โน่น จะสนับสนุนให้ถกเถียง สื่อสารความคิดทำงานร่วมกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาให้ได้ จึงอยากเห็นห้องเรียนที่ออกแบบให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จะเตรียมความพร้อมเด็กสู่ชีวิตและการทำงานจริง ซึ่งทักษะเหล่านี้คือ ทักษะการสื่อสาร เพื่อสามารถนำเสนอความคิดเห็นของตนเองและสื่อสารกับผู้อื่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ฝึกให้เด็กรู้จักตั้งคำถาม และฝึกให้มีกระบวนการคิดเพื่อหาคำตอบ ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการคิดสร้างสรรค์ นิยามของเด็กเก่งแห่งยุคนี้ คือเด็กที่ฉลาดในการใช้ทักษะเหล่านี้ ผนวกกับความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้เป็นเพื่อช่วยให้เข้าถึงความรู้ต่างๆ ด้วยตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัด”
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาธุรกิจด้านการระดมทุนผ่านเทคโนโลยี กล่าวว่า “ด้วยหน้าที่การงานในปัจจุบัน ทำให้เราเข้าใจว่าภาคธุรกิจมองหาบุคลากรที่มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่น จึงเป็นคำถามให้กลับมามองการศึกษาของเราว่าได้เตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานและสามารถแข่งขันระดับนานาชาติได้มากน้อยแค่ไหน ในความคิดของตัวเอง การศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ควรเป็นเพียงเรื่องการอ่านออกเขียนได้อีกต่อไป แต่ควรเน้นใช้กระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ ให้เด็กมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาทักษะเรื่องการตั้งคำถาม การคิดวิเคราะห์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ STEM ที่ประยุกต์ใช้ความรู้จากหมวดต่างๆ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี มาแก้ปัญหาได้จริงในการเรียน การทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งสำคัญมาก”
ปัจจุบันโครงการ Samsung Smart Learning Center มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 47 แห่งทั่วประเทศ มีนักเรียนได้รับประโยชน์แล้วกว่า 100,000 คน โดยโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจากซัมซุงในทุกด้าน ทั้งองค์ความรู้สำหรับพัฒนาครูบุคคลากร และเทคโนโลยีสำหรับพัฒนาห้องเรียนให้ทันสมัย และในปี 2561 นี้มีเป้าหมายที่จะขยายโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการอีก 3 โรงเรียน และจะมีการอบรมครูและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
ติดตามแนวคิดดีๆเกี่ยวกับห้องเรียนแห่งอนาคตของแนวร่วมของโครงการ Samsung Smart Learning Center ทั้ง 4 ท่าน ได้ทาง www.facebook.com/samsungthailand
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี