วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาโปแลนด์ และชอบดูศิลปะแปลกๆ เมืองหนึ่งที่ต้องไปให้ได้ก็คือ Lodz เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศและเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมแห่งนี้อยู่ห่างจากวอร์ซอไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 134 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟตรงจากสถานี Warsaw west ไปเมือง Lodz ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นหากนักท่องเที่ยวใช้ Poland Pass สามารถใช้ได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม แต่ต้องจองอีกเช่นเคยเพราะเป็นรถเร็ว
Lodz เป็นเมืองโบราณที่ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1332 และได้รับการสถาปนาเป็นเมืองตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 แต่ยังคงเป็นเมืองขนาดเล็ก และเป็นสมบัติของบิชอป Kuyavian จวบจนสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 18หลังการประกาศอิสรภาพของโปแลนด์จากจักรวรรดิรัสเซีย เมืองนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ และเติบโตอย่างรวดเร็วจากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเป็นแหล่งที่อยู่ของผู้อพยพทั้งชาวเยอรมันและชาวยิว นับจากการเพิ่มขึ้นมากมายของผู้อพยพทำให้ชาวเมืองส่วนใหญ่ขาดความเท่าเทียมกันในสังคมซึ่งสะท้อนให้เห็นจากสถาปัตยกรรมในเมืองที่มีทั้งแมนชั่นหรูสลับกับโรงงานและบ้านเสื่อมโทรม
หลังจากโปแลนด์ประกาศอิสรภาพในปี 1918 Lodz กลายเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปส่งผลให้เมืองมีการพัฒนาทั้งทางด้านสาธารณสุขและการศึกษาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เยอรมนีบุกโปแลนด์ในปี 1939 กองทัพนาซีของเยอรมนีจึงเลือกตั้งฐานทัพในเมืองนี้ชาวยิวจึงถูกบังคับเข้าไปอยู่ในชุมชนแออัดของเมือง และภายหลังถูกส่งไปยังค่ายตามเมืองต่างๆเพื่อทำงานหรือสังหาร เมื่อเมืองนี้เป็นที่ตั้งของฐานทัพใหญ่นาซี เมืองจึงเสียหายมากจากสงคราม แต่หลังจากที่โปแลนด์ได้รับโอกาสในการปกครองตัวเองแบบสังคมนิยม เมืองนี้กลับรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังการล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์ เมืองก็ยิ่งได้รับการพัฒนามากขึ้น โดยไม่เพียงเด่นทางด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยังเด่นเรื่องอุตสาหกรรมเคมีด้วย อีกทั้งยังเพิ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ขึ้นมาอีกจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีนักแสดงและผู้กำกับมากที่สุดของโปแลนด์ และในปี 2017 ได้รับตำแหน่งUNESCO Creative cities network และ City of Film
นอกจากเมืองนี้จะก้าวหน้าทางด้านภาพยนตร์แล้ว ยังมีความก้าวหน้าอย่างมากทางด้านศิลปะด้วย ในปี 2009 เทศบาลเมืองได้อนุมัติให้มีการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อเปลี่ยนทัศนียภาพจากเมืองอุตสาหกรรมโดยตั้งใจตกแต่งเมืองให้มีความสวยงามและแปลกตาด้วยการเชิญศิลปินพื้นเมืองและนานาชาติมาบรรจงสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังตึกและโรงจอดรถให้เป็นเหมือนผืนผ้าใบนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้จะรู้สึกประทับใจตั้งแต่อยู่ในสถานี เพราะสถานีใหญ่มาก และสวยงามทันสมัย อีกทั้งยังมีนิทรรศการภาพเขียนจัดแสดงอยู่ด้านบน เมื่อเดินออกมานอกสถานีระหว่างทางเข้าเมือง นักท่องเที่ยวก็จะได้เห็นงานศิลปะตามตึกต่างๆ ที่ศิลปินร่วมกันรังสรรค์ขึ้นถึง 60 ภาพโดยนักท่องเที่ยวที่ชอบความสนุกสนานสามารถไปหาคู่มือภาพเขียนตามถนนต่างๆ ได้ที่ Information นอกจากภาพเขียนแล้ว เมืองนี้ยังมีงานประติมากรรมตามท้องถนนให้นักท่องเที่ยว ถ่ายรูปได้ นักท่องเที่ยวที่มาเมือง Lodzรับรองได้ว่าจะมีประสบการณ์กับการชมศิลป์ข้างถนนโดยลืมการชมศิลปะในห้องภาพไปเลยทีเดียว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี