วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
หากการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ เริ่มมีอาการผิดปกติรบกวน เช่น หนังตาตก เคี้ยวลำบากเห็นภาพซ้อน อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติในการทำงานของกล้ามเนื้อ และหากมีอาการหายใจลำบากร่วมด้วย จำเป็นต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
นายแพทย์ปิยะ เชิญถนอมวงศ์ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า การทำงานของกล้ามเนื้อ เริ่มจาก “สมอง” สั่งงานผ่าน “เส้นประสาท” โดยจะหลั่ง “สารสื่อประสาท” ไปจับกับ “ตัวรับสารสื่อประสาท” เพื่อให้กล้ามเนื้อแต่ละมัดทำงาน โดยอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น อาจเป็นอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชนิด MG (Myasthenia Gravis) อันเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ยับยั้งการทำงานของ “สารสื่อประสาท” ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MG สามารถเกิดขึ้นได้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย แต่มักพบบ่อยบริเวณใบหน้า เช่น หนังตาตก เห็นภาพซ้อน เคี้ยวลำบาก กลืนลำบาก พูดลำบาก และอาการที่รุนแรง คือ หายใจลำบาก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้ อาการของโรคอาจมีความรุนแรงมากขึ้น หรือเบาลงได้ในแต่ละช่วงของวัน สัมพันธ์กับการใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ (ยิ่งใช้มากยิ่งอ่อนแรงมาก) แต่โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดMG นี้ จะไม่พบอาการชา หรืออาการปวดร่วมด้วยแต่อย่างใด
การวินิจฉัยและการรักษา จำเป็นต้องได้รับการตรวจจากห้องปฏิบัติการ กับอายุรแพทย์ระบบประสาทโดยเฉพาะ ในส่วนของการรักษามีตั้งแต่ระดับการประคับประคองอาการ ไปจนถึงการผ่าตัดรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และดุลพินิจของแพทย์ โดยจำแนกการรักษาออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้ 1.รักษาด้วยยา Mestinon ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำลายสารสื่อประสาท ทำให้สารสื่อประสาททำงานกับตัวรับสารสื่อประสาทได้ดีขึ้น2.รักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ออกฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันที่เป็นสาเหตุของโรคนี้ แต่ยากลุ่มดังกล่าว มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก 3.รักษาด้วยการฟอกเลือด เพื่อกำจัดภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติออกจากร่างกาย แต่มักรักษาด้วยวิธีนี้ในระยะวิกฤติเท่านั้น 4.รักษาด้วยยาอิมมูโนโกลบูลิน ออกฤทธิ์จับกับภูมิคุ้มกันที่เป็นสาเหตุของโรค ทำให้อาการอ่อนแรงดีขึ้น 5.รักษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทมัสออก เนื่องจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MG สัมพันธ์กับโรคเนื้องอกต่อมไทมัส ซึ่งผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MG ทั้งที่มีและไม่มีเนื้องอกต่อมไทมัส อาการจะดีขึ้นหลังได้รับการผ่าตัดต่อมไทมัสออก และสามารถลดการใช้ยากดภูมิคุ้มกันลงได้
ทั้งนี้ ต่อมไทมัสทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย แต่จะเริ่มทำงานน้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น โดยตำแหน่งของต่อมไทมัสนั้นอยู่ภายในทรวงอก (ภายใต้กระดูกสันอก ระหว่างปอด 2 ข้าง ด้านหน้าต่อหัวใจ และหลอดเลือดทรวงอก) การผ่าตัดนำต่อมไทมัสออก เพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด MGจึงจำเป็นต้องกระทำโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและทรวงอก เนื่องจากศัลยแพทย์สาขานี้มีความชำนาญในตำแหน่งดังกล่าว เอื้อให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด โดยการผ่าตัดมีทั้งวิธีดั้งเดิม และการผ่าตัดเทคนิคใหม่ ที่นอกจากรอยแผลจะมีขนาดเล็กแล้ว ผู้ป่วยยังฟื้นตัวได้เร็วด้วยเช่นกัน
การผ่าตัดวิธีดั้งเดิม เป็นการผ่าตัดผ่านการตัดกระดูกสันอกตรงกลาง (ขนาด 15-20 เซนติเมตร) ข้อดีคือไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ข้อเสียคือ ผู้ป่วยจะมีแผลใหญ่กลางหน้าอก และมีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนได้ง่าย ขณะที่การผ่าตัดเทคนิคใหม่แบบส่องกล้อง เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก (ขนาด 1-2 เซนติเมตร) จำนวน 3-4 แผลบริเวณทรวงอก ซึ่งแผลขนาดเล็กทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย จึงฟื้นตัวได้เร็ว มีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนน้อยกว่า แต่กรณีผู้ป่วยที่มีเนื้องอกต่อมไทมัสขนาดใหญ่อาจไม่สามารถผ่าตัดด้วยวิธีนี้ได้
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยจำนวน 80% ที่ได้รับการผ่าตัดนำต่อมไทมัสออก อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจะดีขึ้น และจำนวน 60-70% อาจมีช่วงสงบของโรค และอาจไม่ต้องรับประทานยาต่อ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการผ่าตัดนำต่อมไทมัสออกนั่นเอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี