สุนันทา ศรอนุสิน, ม.ร.ว.ปรียางค์ศรี วัฒนคุณ, แผน วรรณเมธี,น.ท.พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ และ ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรงค์ เหรียญทอง
สภากาชาดไทย เปิดตัวแคมเปญ“Big Blood Campaign” กับ2 โครงการใหญ่ ประจำเดือนมิถุนายน ได้แก่ วันผู้บริจาคโลหิตโลก 2561 (World Blood Donor Day 2018 ) วันแห่งการขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก ปีนี้มีคำขวัญคือ “Be there for someone else. Give blood. Share life - ทุกชีวิตมีความหมายให้โลหิต ให้ชีวิต” และอีก 1 โครงการ คือ Missing Type ภายใต้คำขวัญ“1 ตัวอักษร ABO ที่หายไป = ลมหายใจของผู้ป่วย” เชิญชวนร่วมรณรงค์ให้มีความตระหนักเรื่องการบริจาคโลหิต เป็นครั้งแรกของประเทศไทย
นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า สภากาชาดไทยได้จัดโครงการ “Big Blood Campaign”เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความจำเป็นของการบริจาคโลหิต และร่วมกันเป็นผู้ให้ด้วยการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งมีถึง 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการ วันผู้บริจาคโลหิตโลก2561 ซึ่งสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC), องค์การอนามัยโลก (WHO), สหพันธ์ผู้บริจาคโลหิตระหว่างประเทศ (FIODS) และสมาคมบริการโลหิตระหว่างประเทศ (ISBT) ที่ได้กำหนดให้วันที่ 14 มิถุนายน เป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก และเป็นวันที่ระลึกถึงคาร์ล แลนด์สไตเนอร์ ชาวออสเตรียผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานบริการโลหิตของโลก และเชิญชวนให้กาชาดทั่วโลก จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิต
วันผู้บริจาคโลหิตโลก ปีนี้มี สโลแกน “Be there for someone else. Give blood. Share life -ทุกชีวิตมีความหมาย ให้โลหิตให้ชีวิต” ได้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่10 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อเป็นวันแห่งการขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก และเพื่อสร้างความตระหนักเรื่องของการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจไม่หวังสิ่งตอบแทน ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดให้ทุกประเทศทำให้ได้ในปี พ.ศ. 2563และเพื่อส่งเสริมให้คนในสังคมมองเห็นคุณค่าของการให้ และเกิดความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
อีกหนึ่งโครงการคือ Missing Type ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้ตอบรับร่วมรณรงค์โครงการร่วมกับองค์กร Alliance of Blood Operatorsเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและรณรงค์ด้านการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ ร่วมกับอีก 34 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา อิตาลี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เป็นต้น ภายใต้สโลแกน “1 ตัวอักษร ABO ที่หายไป = ลมหายใจของผู้ป่วย” เพราะตัวอักษร A B O บนชื่อต่างๆ ที่หายไป หมายถึง ความหมายที่เปลี่ยนไป เช่นเดียวกันหาก A B O คือ กรุ๊ปเลือดที่หายไป ก็หมายถึงลมหายใจของชีวิตผู้ป่วยที่หายไปด้วยเช่นกัน เพื่อให้ตัวอักษรเหล่านี้กลับมาก็ขอให้ทุกคนช่วยกันบริจาคโลหิต
นาวาโทหญิงแพทย์หญิงอุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เผยถึงสถานการณ์การจัดหาโลหิตในประเทศไทยในภาพรวม กล่าวว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ยังไม่สามารถจัดหาโลหิตได้สม่ำเสมอตลอดปี บางช่วงเวลามีปริมาณโลหิตสำรองไม่เพียงพอ ในขณะที่ความต้องการโลหิตเพิ่มมากขึ้น พบว่ามีผู้บริจาคโลหิตปีละ 1 ครั้ง จำนวน 55% ส่วนผู้บริจาคโลหิตปีละ 4 ครั้ง สม่ำเสมอทุก 3 เดือน มีเพียงจำนวน 8% เท่านั้น ดังนั้น หากมีการบริจาคโลหิตสม่ำเสมอทุก 3 เดือน และเพิ่มการบริจาคโลหิตจากปีละ 1 ครั้ง เป็น2 ครั้ง จะทำให้มีโลหิตเพียงพอตลอดทั้งปี จะเห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังใกล้บรรลุเป้าหมาย การมีโลหิตที่เพียงพอจากผู้บริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดให้ทุกประเทศทำให้ได้ในปี พ.ศ. 2563
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ยังได้จัดทำ Viral Video เพื่อรณรงค์สร้างกระแสการบริจาคโลหิตในโครงการ คาดหวังว่าการจัดโครงการครั้งนี้ จะทำให้คนในสังคมเกิดความตระหนัก และรับรู้เรื่องการบริจาคโลหิตเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นหน้าที่ที่ทุกคนรับผิดชอบร่วมกันเพราะหากตัวอักษร A B O ซึ่งเปรียบเสมือนกรุ๊ปเลือดหายไป นั่นหมายถึงลมหายใจของผู้ป่วยที่หายไปด้วยเช่นกันสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร.02-2564300,02-2639600-99 ต่อ 1760, 1101 ติดตามได้ที่ Fanpage ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี