วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ โรงพยาบาลสมิติเวช ร่วมเปลี่ยนประสบการณ์สุขภาพรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “The FIRST Prestige Health & Wealth Experience” เปิดตัว “THE FIRST LOUNGE & SCB Investment Center” พื้นที่รับรองรูปแบบใหม่ที่ถูกออกแบบและตกแต่งในสไตล์กลาสเฮ้าส์ แห่งแรกในประเทศไทย ชูจุดเด่น “เอสซีบี อินเวสต์เม้นต์ เซ็นเตอร์” (SCB Investment Center) ศูนย์รวมความรู้และให้คำแนะนำด้านการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้า FIRST Class ของโรงพยาบาลสมิติเวช และกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง หรือ SCB Wealth ที่เป็นสมาชิก “SCB PRIVATE BANKING” และ “SCB FIRST” ยกระดับบริการด้านสุขภาพแบบเดิม สู่ดิจิทัลเฮลธ์สุดล้ำสมัย
อีกทั้ง ยังเปิดตัวระบบ “สมิติเวช ฟาสต์เพย์” (Samitivej FastPay) ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้อง รอคิวเพื่อชำระเงินที่เคาน์เตอร์อีกต่อไป และเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “สมิติเวช พลัส” (Samitivej Plus) ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลการให้บริการสุขภาพออนไลน์ครบวงจร มุ่งเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบเดิมสู่ประสบการณ์ดิจิทัลเฮลธ์ที่ล้ำสมัย เชื่อมโยงการบริการทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลแบบ Exclusive VIP One-stop service เพื่อตอบสนองทุกความต้องการด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการเงินให้แก่ผู้ใช้บริการ
นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลสมิติเวช เปลี่ยนประสบการณ์สุขภาพดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “The FIRST Prestige Health & Wealth Experience” เปิดตัว “เดอะ เฟิร์สท์ เลานจ์ แอนด์ เอสซีบีอินเวสเม้นต์ เซ็นเตอร์” (THE FIRST LOUNGE & SCB Investment Center) พื้นที่รับรองรูปแบบใหม่ที่ออกแบบและตกแต่งสไตล์กลาสเฮ้าส์ หลังคาทรงสูง ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนโทนสีขาว เพื่อให้ผู้ใช้บริการสัมผัสได้ถึงความปลอดโปร่งและผ่อนคลาย ให้กลิ่นอายความเป็นสวนสไตล์ยุโรป สำหรับรับรองลูกค้า FIRST Class ของสมิติเวช และลูกค้ากลุ่ม SCB Wealthที่เป็นสมาชิก “SCB PRIVATE BANKING” และ “SCB FIRST” ของธนาคารที่มาใช้บริการ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อให้บริการด้านสุขภาพแบบเอ็กซ์คลูซีฟ วีไอพี
“ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึงขยายพื้นที่ในการดูแลและรองรับลูกค้ากลุ่มเอสซีบีเวลธ์ของเราได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของธนาคาร โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญของธนาคาร ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์บริการลูกค้าโดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน”
ด้าน นายแพทย์ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า โรงพยาบาลสมิติเวช ดำเนินการให้บริการมานานกว่า 39 ปี ภายใต้ปรัชญา “ดูแลคนไข้ด้วยหัวใจ” โดยปัจจุบันสมิติเวชได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัย และเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งเรามุ่งเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำโรงพยาบาลระดับแนวหน้าของประเทศไทย เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 40 เราได้แนวทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “เราไม่อยากให้ใครป่วย” เน้นอยากให้ทุกคนมีสุขภาพดี จึงเกิดเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง โรงพยาบาลสมิติเวช และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในการยกระดับการดูแลผู้ใช้บริการของโรงพยาบาล ด้วยการมอบประสบการณ์ใหม่เพื่อความพึงพอใจสูงสุด รวมถึงยังได้พัฒนาบริการในด้านต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพลูกค้าอย่างไร้ขีดจำกัดตลอด 24 ชั่วโมง
“อีกทั้ง สมิติเวช เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมอบประสบการณ์การบริการด้านสุขภาพในยุคดิจิทัล 4.0 จึงได้ร่วมมือกับ ดิจิทัล เวนเจอร์ส บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ พัฒนาระบบการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้บริการ ได้แก่ “สมิติเวช ฟาสต์เพย์” (Samitivej FastPay) ระบบการชำระเงินที่ให้ความสะดวก และรวดเร็วในการจ่ายเงิน และแอพพลิเคชั่น “สมิติเวช พลัส” (Samitivej Plus) โดยแอพฯ ดังกล่าวจะเป็นเสมือนผู้ช่วยด้านสุขภาพที่ให้ข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทางเข้าใช้บริการ (Pre Hospital) ระหว่างใช้บริการที่โรงพยาบาล (Hospital) จนถึงหลังจากกลับบ้านเพื่อพักฟื้นหรือดูแลตัวเอง (Post Hospital) เบื้องต้นได้นำร่องใช้ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลเด็ก สมิติเวช ก่อน และคาดว่าจะนำแอพพลิเคชั่นดังกล่าวไปใช้กับทุกโรงพยาบาลในเครือที่มีอยู่ 7 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์พิเศษเฉพาะผู้รับบริการอย่างแท้จริง”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี