วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
กลายเป็นประเด็นร้อนทั้งโลกออนไลน์ ออฟไลน์เมื่อมีการเปิดเผยภาพเด็กนักเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งต้องรับประทานขนมจีนคลุกน้ำปลา เป็นอาหารกลางวันจนเกิดเป็นคำถามว่า...นี่คืออาหารที่เด็กเล็กควรได้กินใช่หรือไม่ ทั้งที่โรงเรียนระดับประถมศึกษา จะได้รับเงินสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันเด็ก คนละ 20 บาท แต่ทำไมเด็กๆ จึงได้กินขนมจีนคลุกน้ำปลา คำตอบที่ได้คือ เงินสนับสนุนที่ได้จากภาครัฐนั้นไม่เพียงพอต่อการจัดหาอาหารที่มีคุณภาพให้แก่เด็กๆบ้างก็เห็นด้วย บ้างก็ว่า 20 บาทนั้นเหลือเฟือ แล้วถ้าเป็นโรงเรียนที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ขึ้นชื่อว่ามีค่าครองชีพแพงที่สุดในประเทศไทยล่ะ อาหารกลางวันสำหรับเด็กๆ หัวละ 20 บาทจะทำได้หรือไม่
.jpg)
คุณครูธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เผยว่า โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง เป็นโรงเรียนเอกชน ประเภทศึกษาสงเคราะห์ เปิดรับเด็กนักเรียนตั้งแต่อายุ 3-6 ปี ปัจจุบันปีการศึกษา 2561 มีเด็กนักเรียนรวม 350 คน
“เรามีนักเรียน 350 คนก็จริง แต่เราได้รับเงินสนับสนุนเพียง 331 คน เนื่องจากที่เหลือเป็นเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า 3 ขวบ ซึ่งไม่เข้าข่าย โดยจะได้รับเงินเป็นรายปี รวมแล้วปีละประมาณล้านกว่าบาท รัฐบาลจะจ่ายมาทีเดียวตอนต้นปีงบประมาณ ความซื่อสัตย์สุจริตของผู้บริหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่นำเงินอาหารกลางวันเด็กไปใช้ในทางที่ผิด รวมไปถึงคุณครู หรือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องเห็นความสำคัญของการให้เด็กได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ไม่ทุจริตต่อหน้าที่
ถ้าถามว่างบหัวละ 20 บาท พอไหมกับอาหารกลางวันของเด็กหนึ่งคน ก็จะตอบว่าเกินพอสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนมากกว่าร้อยคนขึ้นไป เนื่องจากเด็กเล็กมักขาดเรียนบ่อย มาไม่เต็มจำนวนทุกวัน และเด็กเล็กเองส่วนใหญ่ก็กินไม่จุ อีกประการหนึ่งในการจัดซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหาร ถ้าเราซื้อครั้งละจำนวนมากให้เพียงพอต่อการทำอาหารในแต่ละวัน ราคาก็จะถูกลง สถานที่ซื้อวัตถุดิบก็สำคัญ ควรเลือกไปซื้อในตลาดที่ได้รับรองมาตรฐานหรือ ร้านค้าส่ง ก็ทำให้ประหยัดได้อีก”
ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง เผยอีกว่า ทีมครูและแม่ครัวจะร่วมกันพิจารณารายการอาหารสำหรับเด็กๆ เป็นรายเดือน ภายในหนึ่งเดือนเด็กๆ จะได้รับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำกัน
“ที่นี่เด็กๆ จะได้รับประทานอาหารสดใหม่ทุกวัน เน้นให้ครบ 5 หมู่ และเพียงพอกับความต้องการของเด็กแต่ละคน โดยไม่ทิ้งขว้างเกินจำเป็น รายการอาหารจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ไม่ซ้ำกัน ในหนึ่งจานก็ต้องมีทั้ง แป้ง ผัก เนื้อสัตว์ ผลไม้ อย่างข้าวก็จะมีทั้งข้าวขาว ข้าวสีสลับกันไป หรือถ้าวันไหนจานหลักเป็นอาหารเส้น ก็จะมีขนมหรือของว่างเพิ่มในตอนบ่าย เป็นต้น นอกจากนี้ เราก็ยังให้ความสำคัญกับความสะอาดในการปรุง ภาชนะใส่อาหาร การแต่งกายของแม่ครัว เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กๆ จะได้รับประทานอาหารที่สดใหม่ สะอาด ปลอดภัย ด้วยมาตรการเหล่านี้ทำให้เราได้รับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย ระดับดีจากกรุงเทพมหานคร ติดต่อกันหลายปีแล้ว

โรงเรียนที่มองว่างบประมาณเท่านี้ไม่เพียงพอ ควรนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ เช่น การปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาเองเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร เหมือนกับที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทำ ซื้อวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น ซื้อเท่าที่จำเป็น หรือการขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้มาเป็นจิตอาสาทำอาหาร เหมือนเช่นที่มีโรงเรียนบางแห่งทำอยู่ นี่แหละเศรษฐกิจพอเพียงแท้จริง กรณีโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทองเอง เราไม่มีพื้นที่ในการเกษตร เราจึงต้องมีการวางแผนใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างเป็นระบบและคำนึงถึงสุขอนามัยของเด็กเป็นสำคัญ ทำให้เราไม่เคยมีปัญหากับงบประมาณที่ได้รับ และยังมีสำรองยามที่ได้รับงบประมาณล่าช้าอีกด้วย”
อย่างไรก็ดี เราไม่อาจพูดได้เต็มปาก ถ้าโรงเรียนหนึ่งทำได้ แล้วทำไมอีกแห่งหนึ่งไม่ทำตาม นั่นเป็นเพราะบริบท เงื่อนไขของสถานศึกษาแต่ละแห่งแตกต่างกัน แต่ คุณครูธนาลัย เชื่อมั่นว่าถ้าผู้บริหารสถานศึกษามีความซื่อสัตย์ สุจริต และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เงินเพียง 20 บาทก็ทำให้เด็กๆ อิ่มได้อย่างมีคุณภาพ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี