วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สแกนนอมินี-ทุนต่างชาติ
อนุทินสั่งทุบ
กระทบต่อความมั่นคง
ลุยห้วยขวางพบ53ราย
นายกฯ “อนุทิน” ลั่นปล่อยต่างชาติใช้นอมินี ทำธุรกิจในไทยไม่ได้ ลุกลามสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคต สั่งทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ทั้งร้านอาหาร สถานบริการ โรงพยาบาล โรงแรมฯลฯ ด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าสแกนธุรกิจห้วยขวาง เจอ 53 บริษัท เข้าข่ายนอมินี ส่ง ปปง.ลุยตรวจเช็คเส้นทางการเงิน
เมื่อบ่าย วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ท.อดุลย์บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
เผยเรียกประชุมหนแรก
โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการฯ ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังจากที่ตนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนโยบายที่สำคัญคือการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้พวกเขาได้ปลอดภัยจากอาชญากรรมในทุกรูปแบบ ทั้งเรื่องยาเสพติด เรื่องฉ้อโกง การก่อการร้าย การหลอกลวงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมในรูปแบบอื่นๆที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงต่อประชาชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามกระบวนการสแกมเมอร์ การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน จึงขอแสดงความชื่นชมทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือต่อนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ มีผลงานแต่ละคดีที่ออกมามากมายสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เห็นว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินการตามนโยบายการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
กวาดล้างธุรกิจนอมินี
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็มีชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาพักอาศัยและประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศของเราเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค คนเหล่านี้เข้ามาประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจที่แข็งขันกับคนไทยด้วย รวมถึงมีการใช้คนสัญชาติไทยมาเป็นตัวแทนหรือนอมินี เพื่อเข้าทำธุรกรรมต่างๆเช่น การถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ครึ่งหนึ่ง หรือดำเนินธุรกิจต่างๆแทนตัวคนต่างชาติ เช่น อาชีพธุรกิจโรงแรม ที่พัก โรงพยาบาล สถาบันอุดมศึกษา เอกชน ร้านอาหารตลอดจนธุรกิจและบริการอื่นๆ ซึ่งทำให้มีชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากในบางกรณีรวมตัวกันตั้งเป็นชุมชนในหลายพื้นที่อย่างเป็นเอกเทศ มีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม และทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงไม่ได้ ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวถ้าเรายังคงปล่อยไว้เป็นเช่นนี้ อาจจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต และจะก่อความเสียหายกับทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
เพื่อความมั่นคงของชาติ
นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้นการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมาเป็นการให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เพื่อให้อยู่ในคำสั่งเดียวกันนี้เน้นในเรื่องของสแกรมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทันต่อสถานการณ์ลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต้องขอขอบคุณทุก ทุกท่าน ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ได้มาร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความพร้อมและความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะคอยปกป้องดูแลความปลอดภัย ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา
ขอให้ทุกท่านได้คงดำรงความมุ่งมั่นและดำรงเป้าหมายต่อไปอย่างมั่นคง เพื่อให้การดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้ความเชื่อมั่นต่างๆของประเทศไทยได้อยู่ในระดับที่สูง และจะก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความมั่นใจเรื่องการลงทุน การค้าจากต่างประเทศ การมาเป็นคู่สัญญาต่างกับประเทศไทย และการท่องเที่ยวตลอดจนความมั่นคงของประเทศ และความร่วมมือของประเทศนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย ฉะนั้นถ้าเราทำเรื่องนี้ได้ด้วยประสิทธิภาพ ประสิทธิผลความตั้งใจ ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นและความต่อเนื่องสิ่งเหล่านี้จะบรรลุผลสำเร็จได้ และยังประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศของเรา
ประเดิมตรวจสอบห้วยขวาง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากรมสแกนธุรกิจต่างชาติย่านห้วยขวาง พบ 53 ราย เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี นำส่งข้อมูลให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นเงินแล้ว และนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก โดยในจำนวนนี้พบผู้ถือหุ้นบริษัทและผู้ทำบัญชีบางรายมีรายชื่ออยู่ในบัญชี HR03 โดยกรมฯ เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
“เขตห้วยขวางเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยและประกอบธุรกิจอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีการเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่องว่าอาจมีการประกอบธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยเฉพาะนอมินี และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลายครั้ง รวมทั้งส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสรรพากร ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่มาโดยตลอด”อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำ
ร้านอาหารนอมินีเพียบ
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีสื่อหลายสำนักได้นำเสนอข่าวว่ามีร้านอาหารไม่รับชำระเงินเป็นเงินบาทนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลพบว่าร้านอาหารดังกล่าวจดทะเบียนบริษัท เมื่อปี 2567 แจ้งการประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด โดยมีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ร่วมถือหุ้นกับคนจีน 2 ราย ในสัดส่วน 51% ต่อ 49%
โดยก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทรายนี้แล้ว พร้อมทั้งเรียกให้กรรมการและผู้ถือหุ้นชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่าทั้งบริษัทและผู้ถือหุ้นไม่ยอมเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับกรมฯจึงถือเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรใหญ่บัญชี ซึ่งขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและเรียกให้ชำระค่าปรับตามกฎหมาย พร้อมส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลภาพรวมที่ผ่านมาในพื้นที่เขตห้วยขวาง พบว่ามีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงรวม 53 ราย ที่มีการประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 1 ล้านบาท ถึง 4,999 ล้านบาท โดยข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีพื้นที่เขตห้วยขวางที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่ถึง 50% ตรวจพบอีกว่าบางรายผู้ร่วมถือหุ้นของบริษัท และผู้ทำบัญชีมีรายชื่อตามที่สำนักงาน ปปง.ประกาศรายชื่อว่าเป็น HR03
ส่งปปง.สอบการเงิน
กรมฯจึงดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยกรมฯได้นำส่งข้อมูลนิติบุคคลให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงินไปก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก พร้อมทั้งนำส่งข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ภูเก็ตเรียกค่าคุ้มครอง
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (ฝั่ง ก.พ.) ถ.พิษณุโลก นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับหนังสือร้องเรียนจาก นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความ ผู้แทนบริษัท บางกอกเรสซิเด้นซ์ ป่าตอง จำกัดเพื่อยื่นถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกรณีการเรียกเก็บค่าคุ้มครองและการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฐาน อาทิ ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ ความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ในพื้นที่ซอยแสนสบาย ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้ร้องเรียนที่นำเสนอข้อมูลและสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนมายังรัฐบาล โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกข้อร้องเรียนของประชาชน และพร้อมดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจังภายใต้หลักการ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลและการกระทำผิดกฎหมายในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าตองซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลตระหนักถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามการบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม พร้อมพิจารณานำเสนอข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อประกอบการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากทุกฝ่าย และจะติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี