วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
DSI เปิดปฏิบัติการทลายนอมินี 5 เป้าหมายบนเกาะสมุย-เกาะพะงัน ขยายผลธุรกิจเครือข่ายนอมินีจีน-อิสราเอล พบที่ตั้งเดียวจดทะเบียนกว่า 100 บริษัท ถือที่ดินมูลค่าพันล้าน ใช้บ.ไทย อำพรางทำธุรกิจอสังหาฯ โรงแรม และรีสอร์ท
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) พันตำรวจโทอนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจโทชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผู้อำนวยการกองคดีความมั่นคง พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรภาค 8 สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด และสถานีตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามหมายค้นในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
โดยการปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งข้อมูลให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบจำนวน 34 บริษัท จากการสืบสวนพบว่ามีบริษัทหลายแห่งมีพฤติการณ์จดทะเบียนจัดตั้งโดยอาจใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน(Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เบื้องต้นกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการตรวจค้นรวมทั้งสิ้น 5 เป้าหมาย ใน อ.เกาะสมุย และ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งข้อมูลให้ตรวจสอบ 34 บริษัทต้องสงสัยใช้คนไทยเป็น "นอมินี" ถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ ดังนี้

บริษัท ถูกสงสัยใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวจีน พัฒนาโครงการวิลล่าหรูบนพื้นที่กว่า 14,000 ตร.ม. ถือครองที่ดิน 15 แปลง รวมเกือบ 98 ไร่ มูลค่าที่ดินราว 1,567 ล้านบาท โครงการมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท มีสินทรัพย์กว่า 1,692 ล้านบาท เงินหมุนเวียนกว่า 1,987 ล้านบาท และบริษัทในเครือ 6 แห่งมีสินทรัพย์รวมกว่า 2,024 ล้านบาท พร้อมยึดเอกสารสำคัญขยายผลเครือข่าย
สำนักงานกฎหมาย เชื่อมโยงคดีพิเศษ 94/2569 พบเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลกว่า 150 บริษัท ใช้บุคคลใกล้ชิดถือหุ้นแทนต่างชาติ โดย 101 บริษัทถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 795 ล้านบาท และใช้สำนักงานเป็นที่ตั้งของกว่า 103 บริษัท เจ้าหน้าที่ยึดเอกสารที่ดิน สัญญา และหลักฐานทางการเงินไว้ตรวจสอบ
บริษัท เครือข่ายชาวอิสราเอล พบมีบริษัทในเครืออย่างน้อย 5 แห่ง เปิดสถานที่พักและโฆษณาเป็นศูนย์บำบัด-โยคะบนเกาะพะงัน สินทรัพย์รวมกว่า 100 ล้านบาท อยู่ระหว่างตรวจสอบใบอนุญาตโรงแรมและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
บริษัท ดำเนินธุรกิจโรงแรมบนเกาะสมุย ทุนจดทะเบียน 45 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 2 ไร่ 2 งาน มีสินทรัพย์กว่า 2,000 ล้านบาท DSI ตรวจสอบแหล่งเงินลงทุนและความสามารถในการชำระค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นไทย ว่าเข้าข่ายถือหุ้นแทนหรือไม่

บริษัท ประกอบธุรกิจสร้างและให้เช่าที่พัก มีสินทรัพย์กว่า 330 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 3 แปลง และพบใช้ที่ตั้งเดียวกับอีก 6 บริษัทในเครือ ซึ่งหนึ่งในนั้นถือครองที่ดินอีก 8 แปลง มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท พื้นที่มีลักษณะเป็นรีสอร์ตที่เชื่อว่าให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก อยู่ระหว่างพิสูจน์รูปแบบการประกอบธุรกิจที่แท้จริง
ดีเอสไอยืนยันการปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งดำเนินคดีกับผู้ใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางหลีกเลี่ยงกฎหมาย ไม่ใช่นักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต พร้อมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี