วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
มท.2ลุยล้างนอมินี
ภูเก็ตนับ100บริษัท
เงินสะพัด5พันล้าน
รุดสืบสวนขยายผล
“พลพีร์” มท.2 เผยลุยตรวจพบกว่า 100 บริษัทในภูเก็ต เกี่ยวข้องโครงข่ายนอมินีต่างชาติ มีรายได้กว่า 5 พันล้านบาท ชี้มีชาวอิสราเอล ถือสัญชาติไทย สั่งสอบเส้นเงิน ลั่นดำเนินการเต็มที่ เอาผู้กระทำผิดออกนอกประเทศ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ศูนย์ชาบัด ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ตรวจสอบและจัดระเบียบธุรกิจต่างชาติ และปะทะคารมกับชาวอิสราเอล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าจากการลงพื้นที่ดังกล่าวได้ขยายผล พบว่ามีทั้งคนไทย ที่เป็นผู้ถือหุ้น และชาวอิสราเอล ได้สัญชาติไทย เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นที่น่าตกใจ ว่ามีกว่า 100 บริษัท ที่เกี่ยวกับโครงข่ายนี้ และรายได้ที่ตรวจสอบเมื่อปีที่ผ่านมา น่าจะสูงกว่า 5,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจที่ขอประกอบกิจการ มีหลากหลาย ตั้งแต่รถเช่า อำนวยความสะดวกจัดทัวร์ เชื่อว่าเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยจะขยายผลไปตามเกาะ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และที่พักในภาคอื่นด้วย
“ผมได้สั่งการให้อธิบดีและรองอธิบดีกรมการปกครอง ติดต่อไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบเส้นเงินต่างๆ ขณะนี้มีเป้าในใจและจะลงไปตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนของคนไทย ที่ถือหุ้นหรืออำนวยความสะดวก เบื้องต้นเราจะไปดูต่อว่าเส้นเงินที่เอามารวบรวมทุนนั้น เอามาจากที่ไหน และเป็นเงินทุนของต่างชาติหรือไม่ หากสืบสาวว่าใช่ ถือว่าเป็นนอมินีชัดเจน เราไม่ได้กังวลว่ามีต่างชาติบางคนโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทยแล้ว หากประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย หรือการจดทะเบียนที่ผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เราส่งข้อมูลต่อไป” รมช.มหาดไทย กล่าว
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า นอกจากธุรกิจบริการแล้ว ยังมีธุรกิจเกี่ยวกับการประกอบสถานศึกษา ตรงนี้ถือเป็นนอมินีของสัญชาติแคนาดา ก็จะขยายผลสืบสวนสอบสวนไปจนกว่าจะเอาคนพวกนี้ออกจากประเทศ
เมื่อถามว่าผู้ที่ได้สัญชาติไทย กังวลว่าจะซ้ำรอยกรณีชาวจีน หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเราจะดูวิธีการได้สัญชาติว่าได้มาอย่างไร เอกสารประกอบเป็นอย่างไร ต้นทางที่เขามาเป็นอย่างไร ได้คุยกับอธิบดีกรมการปกครอง ให้ทบทวนวิธีการขอสัญชาติ เอกสารหลักฐานต่างๆ อีกส่วนหนึ่งคือเขาอาจไปประกอบธุรกิจบางประเทศ ทำให้ได้สัญชาติก่อนหน้านี้ และเอาทุนต่างๆ เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แล้วเอาเงินของพวกเราออกนอกประเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย พยายามปกป้องผู้ประกอบการคนไทยจริงๆ ไม่ต้องการให้ต่างชาติ มาเอาผลประโยชน์ออกไปจากประเทศเรา
ต่อข้อถามว่าคนไทย สบายใจได้หรือไม่ ว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะไม่เข้ามาในลักษณะกลืนกินสัญชาติไทย นายพลพีร์ กล่าวว่า จริงๆ เรื่องพวกนี้อาจฝังตัวในประเทศไทย สักระยะแล้ว แต่นโยบายของนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ชัดเจน ต้องเอาคนที่เอาเปรียบคนไทยออกไป และผู้ประกอบการที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ต้องเอาออกจากประเทศให้ได้ ซึ่งวิธีการสืบสวนสอบสวนต้องให้เวลา หากเราสงสัย เราไปจับไม่ได้ทันที ต้องดูเส้นเงิน หรือที่มาที่ดินที่เขาครอบครอง วิธีการจดทะเบียนถือหุ้น และผู้ประกอบการที่มีส่วนร่วมในธุรกิจนั้น อาจต้องใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ขณะนี้มีความคืบหน้าไปเยอะมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี