533.jpg
โครงการ ‘Lung Live: รายงานสดจากช่องอกคุณ’  รณรงค์ให้คนไทยรู้เท่าทันมะเร็งปอด

โครงการ ‘Lung Live: รายงานสดจากช่องอกคุณ’ รณรงค์ให้คนไทยรู้เท่าทันมะเร็งปอด

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา

เนื่องในวันมะเร็งปอดสากลที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 1 สิงหาคม ดังนั้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งปอด ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับ 1 ในประเทศไทย สมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยจึงได้จัดโครงการ “Lung Live : รายงานสดจากช่องอกคุณ”แสดงนิทรรศการอินเตอร์แอ๊กทีฟเพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสุขภาพปอด และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดโดยมีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ พร้อมด้วยดารานักแสดง และนักกิจการเพื่อสังคมมาร่วมกิจกรรมรณรงค์ในโครงการฯ รายได้ทั้งหมดจะนำเข้ามะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปทำประโยชน์แก่ผู้ป่วยมะเร็งต่อไป


รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ นายกสมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก โดยในปี 2558 มีผู้ป่วยมะเร็งปอดมากถึง 1.7 ล้านคนทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 2รองจากมะเร็งตับ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับหนึ่ง โดยมีตัวเลขผู้เสียชีวิตกว่า 17,600 คนในปี 2557 ในแต่ละปีประเทศไทยจะพบผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่ประมาณ 20,000 ราย และอัตราผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งปอดยังสูงถึง 40% เนื่องจากผู้ป่วยบางรายไม่ปรากฏอาการทางปอดมาก่อน กว่าจะค้นพบว่าเป็นมะเร็งปอดก็ต่อเมื่อมีอาการจากมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ แล้ว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีผู้ป่วยอาจเสียชีวิตภายใน 6 เดือน”

“การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งปอด ผู้สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบ 10-30 เท่า และยิ่งสูบนานยิ่งมีความเสี่ยงสูงปัจจุบันแม้จะมีการรณรงค์งดสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องแต่อุบัติการณ์ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดกลับไม่ได้ลดลงเนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การได้รับสารพิษควันบุหรี่ (บุหรี่มือสอง) รังสี ฝุ่น ไอระเหย และโลหะต่างๆ เป็นระยะเวลานาน รวมถึงปัจจัยด้านพันธุกรรม โดยผู้ที่มีคนในครอบครัวหรือญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งปอดจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดสูงกว่าคนทั่วไป แม้จะไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม”

ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา อายุรแพทย์มะเร็ง โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวเสริมว่า “ผู้ป่วยมะเร็งปอดจะมีอาการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเซลล์มะเร็งปอดอยู่ที่ตำแหน่งไหนของร่างกาย โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก บางรายอาจมีอาการทางระบบประสาทถ้าเซลล์มะเร็งปอดแพร่กระจายไปที่สมองหรือไขกระดูกสันหลัง เช่น แขนขาอ่อนแรง ชา กลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ หรือบางรายมีอาการปวดกระดูกมากถ้าเซลล์มะเร็งปอดได้แพร่กระจายไปที่กระดูกแล้ว เป็นต้น”

“ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้นมากทั้งในด้านการวินิจฉัยและรักษา มะเร็งปอดจึงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด การรักษามะเร็งปอดในปัจจุบันมีหลายวิธีการผ่าตัดเป็นวีธีการที่ได้ผลดีที่สุดหากตรวจพบในระยะเริ่มแรก ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดปัจจุบันพัฒนาก้าวหน้ามากผู้ป่วยจึงสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ส่วนการรักษามะเร็งปอดระยะลุกลาม สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด ปัจจุบันมีการพัฒนายาเคมีบำบัดกลุ่มใหม่ๆ ที่มีผลข้างเคียงน้อยลง รวมถึงการพัฒนายากลุ่มใหม่ๆ ที่ได้ผลดีมากในการรักษาอาการข้างเคียงจากการใช้ยาเคมีบำบัด ปัจจุบันวงการแพทย์ยังมีวิธีการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งเป็นการรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์ให้ผลเฉพาะจุดและทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง ซึ่งยาดังกล่าวจะได้ผลดีมากในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอดที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR และยีน ALK ที่มีบทบาทต่อการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ผลวิจัยพบว่ายารักษาแบบมุ่งเป้านี้สามารถควบคุมมะเร็งปอดได้ดี และมีผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่าการใช้ยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ ปัจจุบัน ยังมีการรักษาด้วยยาใหม่อีกกลุ่มหนึ่งคือ ยากระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกายให้ต่อสู้กับมะเร็งอีกด้วย”

“โรคมะเร็งปอดก็เหมือนโรคเรื้อรังทั่วไปที่วิทยาการทางการแพทย์สามารถรักษาได้ ถ้ามีอาการหนักมากก็อาจจะต้องเพิ่มยาหรือเปลี่ยนยา และเมื่ออาการทุเลาลงก็สามารถลดหรือหยุดยาได้ แต่สิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาผู้ป่วยมะเร็งปอด และจำเป็นอย่างยิ่งในการเสริมภูมิคุ้มกันชาวไทยทุกคนให้ห่างไกลจากมะเร็งปอด คือ การดูแลสุขภาพตนเองอยู่เสมอ ด้วยการออกกำลังกายรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และหยุดสูบบุหรี่ทั้งเพื่อตัวเราเองและคนรอบข้าง และถ้ามีอาการผิดปกติให้มาพบแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เร็วและดีที่สุด เนื่องจากมะเร็งปอดสามารถรักษาให้หายได้ หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะต้น” ผศ.พญ.ธัญนันท์กล่าวทิ้งท้าย

หมอเอิง-พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์, หมอบัว-ดร.พญ.ประกายทิพ สุศิลปะรัตน์, ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา,
รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, ออย-ไอรีล ไตรสารศรี ผู้ก่อตั้งโครงการ ART.for.Cancer, หมอเจี๊ยบ-พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ และ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ
หมอเอิง-พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์, หมอบัว-ดร.พญ.ประกายทิพ สุศิลปะรัตน์, ผศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา, รศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์, ออย-ไอรีล ไตรสารศรี ผู้ก่อตั้งโครงการ ART.for.Cancer, หมอเจี๊ยบ-พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ และ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top