วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
“ต้นหว้า ต้นเสลา ต้นสาละ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นตะแบก ต้นกระถินเทพา” ชื่อของพันธุ์ไม้ไทยและเป็นไม้ท้องถิ่น ขนาดต้นกำลังพอเหมาะกำลังถูกนำลงดินโดยน้องๆ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนบ้านคณฑี ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการเข้าเยี่ยมชมโครงการสวนป่าชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชรนับเป็นสวนป่าชุมชนในฟาร์มเลี้ยงสุกรแห่งแรกของประเทศไทย
“โครงการสวนป่าชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร” เป็นการผสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย หมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร เทศบาลตำบลเทพนคร สถานศึกษาในชุมชนและซีพีเอฟ ด้วยการพลิกพื้นที่ว่างเปล่าภายในฟาร์มเลี้ยงสุกรมาเป็นป่านิเวศในชุมชน บนพื้นที่ 30 ไร่ ในช่วงแรกของการดำเนินการที่มีจำนวนต้นไม้เพียง 3,000 ต้น ปัจจุบันจำนวนต้นไม้เพิ่มขึ้นเป็น 18,240 ต้น มีพันธุ์ไม้มากกว่า 220 ชนิด และจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้ป่านิเวศชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับชุมชน ผู้สนใจ สถานศึกษาในท้องถิ่นเข้าศึกษาและเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี
.jpg)
เด็กชายศิวัฒน์ บ่อทรัพย์ หรือน้องม่อน อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 เข้าร่วมกิจกรรม เป็นครั้งที่ 2 เล่าว่า ครั้งนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงในสวนป่าฯไปจากเดิมมากต้นไม้ขึ้นเยอะและโตขึ้น มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดมากขึ้น วันนี้ได้ร่วมปลูกต้นไม้ในโครงการคือ ต้นหว้า มีพี่ๆ จากซีพีเอฟ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปลูกและให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล ต้นไม้ช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ช่วยดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และคายก๊าซออกซิเจนออกมาในเวลากลางวันส่วนกลางคืนต้นไม้จะหายใจ ดูดเอาออกซิเจนเข้าไปและคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาภูมิใจและดีใจที่กำแพงเพชร มีศูนย์การเรียนรู้สวนป่าชุมชนฯ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนทั่วไป สถานศึกษาในพื้นที่ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กและเยาวชนในอนาคต
.jpg)
เด็กหญิงพาขวัญ ดวงฤทธิ์ หรือ น้องอิง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 บอกว่ามาที่นี่เป็นครั้งแรก ประทับใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเฉพาะตอนที่เดินอยู่บนสะพานแขวน ทำให้มองเห็นบรรยากาศในสวนป่าฯ ในมุมกว้าง เด็กๆ ได้ความรู้เรื่องต้นไม้ ได้เห็นพันธุ์ไม้ที่หายาก อยากให้เพื่อนๆ น้องๆที่โรงเรียนมีโอกาสเข้ามาดูสวนป่าฯ แห่งนี้ด้วย เพราะต้นไม้มีประโยชน์ต่อโลกมากช่วยลดโลกร้อน ช่วยดูดซับน้ำไม่ให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ที่สำคัญ จ.กำแพงเพชร และที่บ้านของเธอเคยถูกน้ำท่วม จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันปลูกต้นไม้ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
อวยชัย พิลึก ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านคณฑี (ประสิทธิ์อุปถัมภ์) กล่าวว่า โครงการสวนป่าชุมชนฯ ทำให้เด็กๆ ในพื้นที่มีโอกาสเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น ใกล้บ้าน มีส่วนร่วมในการปลูกป่าด้วยการลงมือปฏิบัติจริง เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเด็กในการรักษาสิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้พันธุ์ไม้ประเภทต่างๆ โรงเรียนยังจัดให้การปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียน แบ่งพื้นที่ในโรงเรียนให้นักเรียนร่วมกันปลูกต้นไม้นำกล้าไม้มาจากบ้านและช่วยกันดูแล หรือ ในโอกาสวันสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมวันภาษาไทย ที่โรงเรียนจะได้รับสนับสนุนกล้าไม้จากทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อนำมาให้นักเรียนปลูก
.jpg)
ด้าน พิเชษฐ์ ใหญ่แก่นทราย ประธานหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร กล่าวว่า โครงการสวนป่าชุมชนฯ เป็นโครงการที่เกิดจากความต้องการและการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง ปัจจุบันเราสร้างเป็นศูนย์เรียนรู้ป่าชุมชนเชิงนิเวศเป็นแหล่งให้เด็ก เยาวชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป มาเรียนรู้และสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ที่บ้านของตัวเองอยากสอนให้น้องๆ เยาวชนรู้ว่าการปลูกต้นไม้มีประโยชน์อย่างไร เพราะเมื่อมีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้แล้ว ก็จะกลับไปปลูกต้นไม้ในพื้นดินของเขาเอง ตามพระราชดำรัสในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ว่า “ควรจะปลูกต้นไม้ในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง”
โครงการสวนป่าชุมชนหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร” ศูนย์การเรียนรู้ป่านิเวศชุมชน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ปลูกจิตสำนึกเยาวชนรักและมีส่วนร่วมดูแลป่าและต้นไม้ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี