วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ดร.มัลลิกา ประณามเหตุความรุนแรงชายแดนใต้ เรียกร้องยืนหยัดปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ พร้อมเสนอปฏิรูปสวัสดิการกำลังพลแนวหน้าและความโปร่งใสงบความมั่นคง
วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประธานมูลนิธิมาลิกาเพื่อประชาชน ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจต่อเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ พร้อมย้ำว่าการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ในทุกกรณี
ดร.มัลลิกา ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมิได้สร้างความสูญเสียเฉพาะต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคมและกระบวนการสร้างสันติสุขในพื้นที่ จึงขอประณามการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันยืนหยัดปกป้องคุณค่าของชีวิตมนุษย์และหลักมนุษยธรรม
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนประณามการใช้ความรุนแรงที่มุ่งทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่คุ้มครองสิทธิในการมีชีวิต ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความปลอดภัยของทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ
“ทุกชีวิตมีคุณค่าเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ การสูญเสียแต่ละครั้งคือความสูญเสียของคนไทยทั้งประเทศ และไม่ควรถูกมองเป็นเพียงตัวเลขในรายงานเหตุการณ์” ดร.มัลลิกา กล่าว
ในด้านนโยบาย ดร.มัลลิกา เสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงใช้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นโอกาสในการทบทวนและปฏิรูประบบการดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ และข้าราชการชั้นผู้น้อย ซึ่งเป็นกำลังหลักในแนวหน้า ให้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการ ค่าตอบแทน เบี้ยเลี้ยง อุปกรณ์ป้องกัน การประกันชีวิต การรักษาพยาบาล และการช่วยเหลือครอบครัวอย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของภารกิจ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการพัฒนายุทธวิธีและมาตรการปฏิบัติการที่ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพล ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ระบบข่าวกรอง และอุปกรณ์สนับสนุนที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุและยกระดับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติการ
อีกประเด็นสำคัญ คือการสร้างความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณด้านความมั่นคง โดยเสนอให้มีการเปิดเผยข้อมูลและประเมินประสิทธิภาพการใช้งบประมาณอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณส่วนสำคัญได้รับการจัดสรรลงสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต สวัสดิการ และความปลอดภัยของกำลังพลระดับปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ที่เผชิญความเสี่ยงโดยตรง มากกว่าการสูญเสียงบประมาณไปกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภารกิจและการคุ้มครองชีวิตของเจ้าหน้าที่
ดร.มัลลิกา กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การเคารพหลักนิติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การดูแลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ และการยกระดับสวัสดิการของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ทุกชีวิตได้รับการคุ้มครองอย่างสมศักดิ์ศรี และนำไปสู่สันติสุขที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี