วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เผยว่า หนึ่งในพันธกิจหลักของการดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start Up) ปี 2561 คือการช่วยให้ผู้ประกอบการได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน จึงได้ปรับรูปแบบการดำเนินการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดยุคปัจจุบัน ที่ต้องบูรณาการศักยภาพของผู้ประกอบการในทุกมิติ เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย โดยผสานความร่วมมือกับหน่วยร่วมและหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ ผ่านการลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงลึกในหลายภูมิภาคของประเทศ สำหรับพื้นที่ภาคใต้ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หน่วยร่วมรับผิดชอบโครงการในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัดจากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 1,184 ราย ซึ่งทุกรายได้รับการอบรมความรู้พื้นฐานในการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเครื่องมือดิจิทัล ก่อนจะถูกคัดเลือกเพื่อเข้ารับการอบรมเขียนแผนธุรกิจ โดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพตรงตามเกณฑ์เข้าสู่การพัฒนาเชิงลึก จนสามารถนำสินค้าออกสู่ท้องตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนและเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย มีผู้ผ่านการคัดเลือกประมาณ 150 ราย
.jpg)
ทั้งนี้เพื่อบูรณาการการสนับสนุนแบบครบวงจร จึงได้จัดงานแสดงสินค้า “เทศกาลของดีภาคใต้ครั้งที่ 2” ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยภายในงานเปิดจำหน่ายสินค้าและทดสอบตลาดแบบออฟไลน์กว่า 150 บูธ สร้างการเรียนรู้กลุ่มลูกค้าเพื่อค้นหาลูกค้าหลักของธุรกิจตนเอง เพิ่มโอกาสต่อยอดทางธุรกิจผลักดันเข้าสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์ในอนาคต นอกจากนี้ ในภาคกลาง ยังเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง สสว. ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางและส่วนจังหวัดโดยคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พบว่าวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจรายย่อยในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภาคการเกษตร ซึ่งในอดีตพื้นที่ชุมชนพึ่งพาวิถีการเกษตรเป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นจึงเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรแบบดั้งเดิมและมีการแปรรูปตามภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับมูลค่าสินค้า ดังนั้นหากมีการแปรรูปอย่างมีมาตรฐานรองรับ ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยจะช่วยให้สินค้ามีความโดดเด่น เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในท้องถิ่น และเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งการพัฒนาต้องคงความเป็นวิถีชุมชนดั้งเดิมไว้ เพื่อสร้างอัตลักษณ์และสามารถต่อยอดให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรควบคู่ไปกับการท่องเที่ยววิสาหกิจชุมชนเกษตรสวนนอก ซึ่งปัจจุบันได้เกิดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยววิถีชุมชนเกษตรสวนนอก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ประกอบด้วย เกษตรสวนนอก เรียนรู้การทำน้ำมันมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าว เช่น โลชั่น ลิปบาล์ม วิตามินบำรุงผม สบู่สมุนไพรสครับขัดผิว ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างมีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวสกัด, สวนหนึ่งเพชร สวนมะพร้าวน้ำหอม สวนสมุนไพร, บ้านหมอดิน ปราชญ์ชาวบ้านเรื่องการบำรุงดินวัดคริสต์ใน, ฟาร์มไส้เดือนตาหวาน เลี้ยงไส้เดือนทำปุ๋ยมูลไส้เดือน, สวนส้มโอ เรียนรู้การปลูก ขยายพันธุ์ดูกิ่ง, สวนสนธยา ดูการเลี้ยงชันโรง แมลงตัวเล็กที่มีประโยชน์, บ้านดินหอม ปั้นดินให้เป็นดอกไม้สวยงาม, น้ำยาอเนกประสงค์ ทำน้ำหมักและน้ำยาต่างๆ,ตลาดน้ำสามอำเภอและโบสถ์บางนกแขวก
.jpg)
ทั้งนี้เส้นทางการท่องเที่ยวดังกล่าว ช่วยหนุนให้เกิดการเรียนรู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดนิ่งดึงรายได้เข้าสู่ชุมชนตามแผนพัฒนายกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นตามพันธกิจหลักของ สสว. อีกทั้งยังสอดคล้องกับแผนการประชาสัมพันธ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการประชาสัมพันธ์ชุมชน สินค้าและบริการเพื่อการท่องเที่ยว และเป็นทางเลือกใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบการเดินทางเพื่อสร้างประสบการณ์ดีๆในท้องถิ่น ซึ่งกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในชุมชน สร้างรายได้และความเข้มแข็งในท้องถิ่น นับเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศแบบวิถีชุมชนให้มีความยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี