วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางโครงการประกวดสำหรับเยาวชนที่จัดขึ้นมากมาย มีเพียงไม่กี่โครงการที่ยืนหยัดจัดต่อเนื่อง จนเป็นที่จดจำ หนึ่งในนั้นคือโครงการ กรุงไทยต้นกล้าสีขาว ของธนาคารกรุงไทย ที่จัดต่อเนื่องปีที่ 12 โดยได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นทุกปี สำหรับปีนี้มีนักเรียนพร้อมใจกันส่งโครงงานเข้าประกวดมากถึง 268 ทีม
.jpg)
ศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผช.กก.ผจญ.ธ.กรุงไทย
ศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า “ต้นกล้าแคมป์เป็นกิจกรรมที่ธนาคารจัดขึ้นให้กับทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทฤษฎีและได้ทดลองปฏิบัติจริงในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงการดำเนินโครงงาน ปีนี้เราจัดที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ที่นี่เป็นศูนย์นิทรรศการที่รวบรวมข้อมูลและกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการทำสบู่ แชมพู การผสมดิน ทำปุ๋ย สร้างบ้านดิน สีข้าวด้วยมือ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ด้านการเงินให้คำปรึกษาในการดำเนินโครงงาน และแนะนำเทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ กิจกรรมตลอดทั้ง 4 วันล้วนมีคุณค่า เป็นประสบการณ์ที่ดี และเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของนักเรียนเอง รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการพัฒนาโครงงานเข้าประกวดด้วย ซึ่งทั้ง 15 ทีมนี้จะนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการดำเนินโครงงาน และนำเสนอต่อกรรมการคัดเลือกในรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าจะได้เห็นโครงงานดีๆ จากการร่วมคิดร่วมทำของนักเรียนในการพลิกฟื้นชุมชนให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยากให้ทุกคนติดตามผลงานของน้องๆ เพราะบางโครงงานสามารถเป็นต้นแบบให้ผู้ที่สนใจนำไปปรับใช้ในชุมชนของตัวเองได้ด้วย”
.jpg)
น้องทัด-ธีระพงษ์ กางไธสง
น้องทัด-ธีระพงษ์ กางไธสง จากโรงเรียนพุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เผยว่า “ต้นกล้าแคมป์เป็นกิจกรรมที่ดี ทำให้มีโอกาสศึกษาเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่ๆ ที่ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต นำไปปรับใช้ในชีวิตได้หลายอย่าง อย่างเรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพ จะนำความรู้ที่ได้ฝึกจากที่นี่ไปทำที่โรงเรียนนอกจากนี้ ความรู้เรื่องการเงินที่พี่จากธนาคารกรุงไทยสอน ก็เป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ให้ผมนำไปบริหารจัดการเงินได้”
.jpg)
น้องเจินเจิน-ญาณินดา เตียวอนันต์
ส่วน น้องเจินเจิน-ญาณินดา เตียวอนันต์ จากโรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง เล่าว่า “เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ได้รู้จักเกี่ยวกับโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9 มากขึ้น ได้รับรู้ว่าพระองค์ท่านทำอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง มีหลายกิจกรรมที่สอนให้ได้ลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นแนวคิดหนึ่งของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สอนให้พวกเราพึ่งพาตัวเองและอยู่อย่างพอเพียง”
.jpg)
น้องเดฟ-เฉลิมรัฐ ปัดสำราญ
น้องเดฟ-เฉลิมรัฐ ปัดสำราญ จากโรงเรียนพุทไธสง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า “ตอนที่พี่ๆ พาเดินไปศึกษาแนวคิดของในหลวงรัชกาลที่ 9ในแต่ละฐาน ได้ความรู้มากมาย เช่น เรื่องการปรับปรุงดินทำให้เห็นว่าจากพื้นที่ที่เคยเป็นหินภูเขาก็สามารถปรับให้กลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์และมีป่าที่ร่มรื่นเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาเพียง 12 ปี มีความรู้เรื่องหนึ่งที่จะนำกลับไปชวนพ่อแม่ทำคือ คันนาทองคำ ที่นี่สอนให้รู้ว่าคันนาก็มีประโยชน์ สามารถใช้เป็นที่ปลูกพืชผักผลไม้ได้ ผมจะปลูกพริก มะละกอ และผลไม้อื่นๆ ผลผลิตที่ได้ก็เอามารับประทาน แบ่งปันให้คนอื่น หรือจำหน่ายสร้างรายได้ และประทับใจเรื่องการสีข้าวด้วย ได้ลองทำเอง ทำให้รู้ว่าไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ข้าวสักกำมือ ทำให้เห็นคุณค่าของข้าวมากขึ้น”
.jpg)
น้องจันทร์กระพ้อ-จุรีรัตน์ บุญเกิด
ปิดท้ายกับความรู้สึกของ น้องจันทร์กระพ้อ-จุรีรัตน์ บุญเกิด จากโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) กทม. เล่าว่า “เป็นกิจกรรมที่สนุกมีกิจกรรมให้เราทำร่วมกัน ทำให้เรารู้จักกัน กล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น ได้รู้จักเพื่อนต่างโรงเรียนอีกเกือบ 60 คน ทำให้เราได้แบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน เพราะแต่ละคนมาจากคนละโรงเรียน คนละจังหวัด คนละภาค ต่างพื้นที่ ก็จะมีประสบการณ์ ความรู้ และมุมมองแตกต่างกันไป นอกจากได้ความรู้แล้วยังสนุกด้วย”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี