ดร.ฮิวจ์ เอ แซมพ์สัน และ ศ.เกียรติคุณ นพ.ปกิต วิชยานนท์
ในการประชุมวิชาการ 1St International Samitivej Allergy Institute Symposium, Food Allergy “The State of the Art” ศ.เกียรติคุณ นพ.ปกิต วิชยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี เผย คนไทยเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้อาหารสูงขึ้นถึง 300-400 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนไทย ปัจจัยการเกิดโรคมาจากความเป็นอยู่ที่ดีและรักสะอาดมากขึ้นส่งผลให้ภูมิคุ้มกันที่เคยต่อสู้กับเชื้อโรคหันไปต่อสู้กับสารอาหารเหล่านั้นแทนชี้อาการแพ้กระทบ 5 ระบบในร่างกาย แนะรีบพบแพทย์เฉพาะทางหากเพิกเฉยส่งผลอันตรายถึงชีวิต
ศ.เกียรติคุณ นพ.ปกิต วิชยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวชโรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้อาหาร(Food Allergy) สูงขึ้น 300-400 เปอร์เซ็นต์ จากอดีตที่มีผู้ป่วยเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 1 คน แต่ในปัจจุบันพบผู้ป่วยแพ้อาหารสูงถึงสัปดาห์ละ 2 คน ปัจจัยการเกิดโรคมาจากวิถีการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยจะสังเกตได้ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้อาหารส่วนใหญ่จะมีฐานะอยู่ในระดับกลางถึงดี เวลาทานอาหารก็เลือกทานในร้านที่มีความสะอาดอยู่ตลอด หรือทานอาหารจากร้านสะดวกซื้อที่มีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาด ทำให้ร่างกายได้รับเชื้อโรคน้อยลงส่งผลให้ภูมิคุ้มกันที่เคยต่อสู้กับเชื้อโรคหันไปต่อสู้กับสารอาหารเหล่านั้นแทนจนเกิดเป็นอาการแพ้เกิดขึ้น
“โรคแพ้อาหารพบได้บ่อยมากในประเทศไทยตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยปกติอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้มีได้ 6 ชนิดใหญ่ได้แก่ นม ไข่ แป้งสาลี ถั่วทั้งหลาย และสุดท้ายอาหารทะเล ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ กุ้งและปลา ในประเทศไทยนั้นอาหารทะเลเป็นอาหารที่ทำให้เกิดการแพ้มากที่สุด ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ใหญ่แต่อาหารที่จะทำให้เกิดการแพ้ในเด็กและแพ้รุนแรงนั้นพบว่าเป็นแป้งสาลี โดยในสหรัฐอเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย การแพ้ถั่วลิสงเป็นเรื่องใหญ่มากเรามักจะได้ยินว่ามีการเสียชีวิตจากการแพ้ถั่วลิสงบ่อยๆ สำหรับประเทศไทยแล้วการแพ้ถั่วลิสงยังไม่มากนัก แต่ก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ”
.jpg)
ตัวอย่างอาหารที่มีส่วนผสมของไข่
สาเหตุของการเป็นโรคภูมิแพ้อาหาร ศ.เกียรติคุณ นพ.ปกิต กล่าวว่า ส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย อาการของโรคนี้จะแสดงความผิดปกติของร่างกายขึ้นมาหลังจากทานอาหารบางอย่างที่ร่างกายแพ้เข้าไป เช่น เด็กที่แพ้แป้งสาลี เนื่องจากภูมิคุ้มกันในลำไส้ของเด็กยังไม่แข็งแรง ระบบทางเดินอาหารยังมีกลไกการป้องกันหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ได้ไม่สมบูรณ์ น้ำย่อยและเอนไซม์ต่างๆ ยังไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ทำให้โปรตีนในอาหารที่รับประทานเข้าไปนั้น ยังคงเหลือส่วนที่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน นำไปสู่การตอบสนองทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้อาหาร หรือ ผู้ใหญ่ที่พบว่าแพ้อาหารทะเลมากที่สุดนั้นเนื่องจากการได้รับสารก่อภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก จนค่อยๆ ก่อให้เกิดอาการเมื่อเวลาผ่านไปทำให้บางคนอาจเพิ่งพบว่ามีอาการแพ้ในภายหลังจากที่เมื่อก่อนเคยทานได้ตามปกติ
โดยอาการแพ้ที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้นแบ่งออกเป็น 5 ระบบ ได้แก่ ระบบผิวหนัง มีอาการเป็นลมพิษเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ผิวหนังอักเสบบวมรอบๆ ปากและตา ระบบหายใจ มีอาการจมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบบวมบริเวณกล่องเสียงและหลอดลม เป็นหืดระบบทางเดินอาหาร มีอาการคันปาก คันคอ คันลิ้น ปวดท้อง อาเจียน และลำไส้อักเสบเวลาถ่ายอาจมีเลือดปะปนออกมาด้วย ระบบประสาท มีอาการทำให้ผู้ป่วยมึนงง และ ระบบหัวใจ มีอาการความดันโลหิตต่ำ และอาจถึงขั้นเกิดอาการช็อกได้
“สิ่งที่สำคัญนอกเหนือจากอาการภูมิแพ้แล้ว คือ คนไทยบางส่วนยังไม่เข้าใจและตระหนักถึงความอันตรายของโรคภูมิแพ้อาหาร ส่วนใหญ่มักคิดว่าโรคนี้ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงหากมีอาการแพ้ก็เป็นเพียงแค่ผื่นคันหรืออาการอื่นๆ ที่ไม่ส่งผลถึงชีวิต แต่ในความเป็นจริงแล้วหากผู้ป่วยมีอาการแพ้มากกว่าสองระบบ หรือที่เรียกว่าการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้รุนแรงควรเข้ารับการรักษาและวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร่งด่วน”
.jpg)
ตัวอย่างอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งสาลี
สำหรับแนวทางการรักษาอาการของโรคภูมิอาหารที่ถูกวิธีคือ ควรเริ่มจากการตรวจหาภูมิแพ้อาหารนั้นว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยสถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ได้พัฒนานวัตกรรมการตรวจเช็คที่แม่นยำ 2 วิธี คือ “การใช้สารสกัดจากอาหาร” ที่ผู้ป่วยมีอาการแพ้มาสัมผัสร่างกายและ“การเจาะเลือด” ซึ่งการเจาะเลือดจะให้ผลที่แน่นอนกว่าและสามารถวัดระดับภูมิแพ้ได้อีกด้วย ส่วนขั้นตอนการรักษามี 2 แนวทาง ได้แก่ หนึ่ง การสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย (Oral immunotherapy) ด้วยการให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่แพ้ทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการรักษาที่ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และสอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารให้ระมัดระวังการเลือกทานอาหารมากขึ้น หลีกเลี่ยงและตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร นอกจากนี้ ผู้ประกอบการด้านอาหาร ควรให้ความสำคัญกับส่วนผสมต่างๆ ที่ใช้ในการปรุงอาหารและควรแสดงป้ายบอกรายละเอียดของอาหารอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่ตนแพ้ได้ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เกิดอาการแพ้สาเหตุหลักเป็นเพราะไม่ทราบว่าอาหารที่ตัวเองรับประทานเข้าไปนั้นมีส่วนผสมของอาหารที่ตนมีอาการแพ้ปะปนอยู่ด้วย
ในการ ประชุมวิชาการ 1St International Samitivej Allergy Institute Symposium, Food Allergy “The State of the Art” สถาบันโรคภูมิแพ้สมิติเวช โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ยังได้เชิญองค์กรด้านภูมิแพ้ชั้นนำระดับโลกและคณะแพทย์ชื่อดัง อาทิ ดร.ฮิวจ์ เอ แซมพ์สัน (Dr. Hugh A Sampson) ประธานบริหาร Icahn Medical School at Mount Sinai Hospital ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิแพ้ระดับโลกมาร่วมวิเคราะห์พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการรักษาโรคภูมิแพ้อยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาการรักษาภายในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี