วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
ปัญหาผมร่วง เป็นเรื่องใกล้ตัวคนทุกเพศทุกวัย จากไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เปลี่ยนไป เหล่าผู้ประสบปัญหาต่างค้นหาวิธีการแก้ไขเรื่อยมา โดยเฉพาะกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มองเห็นว่ายังมีตัวช่วยอื่นที่แก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องพึ่งการใช้ยา
ด้วยคติพจน์ของงานที่ว่า “เครื่องสำอาง : วิทยาศาสตร์เพื่อความงามและไลฟ์สไตล์” นักวิทยาศาสตร์จากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมประชุม เมื่อเดือนกันยายน ٢٥٦١ ที่ผ่านมา ณ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี จัดโดยองค์กรซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจความงามและครื่องสำอาง IFSCC (The International Federationof Societies of Cosmetic Chemists) งานนี้ถือเป็นการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเชิงวิทยาศาสตร์ด้านเครื่องสำอางค์ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 30 โดยประเด็นสำคัญในการประชุมในปีนี้เน้นไปที่เรื่องของคาเฟอีน นับว่าเป็นครั้งแรกที่ส่วนผสมหลักที่ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในเครื่องสำอางอย่างคาเฟอีน ถูกจัดเป็นหัวข้อหลักในการบรรยายในหลายประเด็น
ความสนใจเชิงวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นพิเศษในปีนี้ คือส่วนผสมหลักที่ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในเครื่องสำอางอย่างคาเฟอีนในการประชุมของ The International Federation of Societies of Cosmetic Chemistsโดยนักวิทยาศาสตร์ 5 คนจาก 4 ประเทศได้ขึ้นบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาและการประยุกต์ใช้สูตรเครื่องสำอางค์ที่ใช้คาเฟอีนเพื่อบำรุงผมและความงาม” (Development and Application of Formulations Containing Caffeine for Hair Growth and Beauty) โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศ อินเดีย ฮังการี ออสเตรีย และเยอรมนี ต่างกล่าวสุนทรพจน์ที่พูดถึงการใช้คาเฟอีนในประเด็นสรีรศาสตร์เกี่ยวกับเส้นผม
ทั้งนี้ ผลการศึกษาการทดสอบที่แต่ยอมรับได้ยืนยันว่า คาเฟอีนมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการใช้ยาในการรักษาอาการผมร่วง ผลลัพธ์เชิงบวกของคาเฟอีนที่มีต่อสุขภาพเส้นผมเป็นที่รู้จักและได้รับการพิสูจน์มากว่า 15 ปี สสารชนิดนี้ออกฤทธิ์กระตุ้นเส้นผม และป้องกันปัญหาผมร่วงโดยพันธุกรรม โดยงานวิจัยชิ้นล่าสุดชี้ว่าคาเฟอีนไม่ได้มีประสิทธิภาพด้อยไปกว่าสารที่มีสรรพคุณทางยาอย่าง ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ราชิตา ธุรัท จากประเทศอินเดีย (Prof.Dr. Rachita Dhurat) ได้นำเสนอผลการศึกษาระหว่างการประชุมใหญ่ IFSCC โดยสรุปว่า “เป็นที่น่าประหลาดใจมากที่พบว่า คาเฟอีนมีประสิทธิภาพเท่ากับยาไมน็อกซิดิลในปริมาณ 5%”
อีกทั้ง ปัญหาผมร่วงนับเป็นปัญหาระดับโลก โดย 80% ของกรณีนี้พบว่า ปัญหาผมร่วงไม่ได้เกิดจากการเจ็บป่วยแต่เป็นเรื่องของพันธุกรรม ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าปัญหาผมร่วมโดยพันธุกรรม หรือ แอนโดรเจเนติคอะโลพีเซีย (Androgenetic Alopecia) ผู้ที่เลือกใช้ยาในการรักษาปัญหานี้พึงระลึกไว้ว่า สสารที่มีสรรพคุณทางยาย่อมให้ผลข้างเคียง (ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหัว คันไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะ และอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ)
คาเฟอีน ถือเป็นการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาผมร่วงและไม่ต้องการเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียง คาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นรากผมและป้องกันผลข้างเคียงเชิงลบของฮอร์โมนเพศชายที่ส่งผลต่ออาการผมร่วงก่อนวัย เมื่อรากผมได้รับการบำรุงโดยคาเฟอีนเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาผมร่วงโดยพันธุกรรมได้
ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นายแพทย์โธบิอัสฟิชเชอร์ (Prof. Dr.Tobias Fischer) จากประเทศออสเตรีย กล่าวว่า “ผลลัพธ์เชิงวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของคาเฟอีนปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ยุค 70 ทุกวันนี้โลกกำลังพยายามมองหาสสารใหม่ๆ แต่เราได้ศึกษาสสารที่เคยได้รับการยอมรับและได้ค้นผลลัพธ์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับสรีรศาสตร์ด้านเส้นผม”
ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ราชิตา ธุรัท จากประเทศอินเดีย ให้ความคิดเห็นว่า “ฉันประหลาดใจมากที่ได้รู้ว่า คาเฟอีน อาจมีประสิทธิภาพเท่ากับยาไมน็อกซิดิลในปริมาณ 5% และยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เมื่อผลลัพธ์เปิดเผยว่า คาเฟอีนนั้นมีประสิทธิภาพเทียบเท่าไมน็อกซิดิล 5%”
จากการสัมมนาครั้งนี้ พบว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัญหาผมร่วงจากทั่วโลก ดังนี้ ผลสำรวจในอิหร่าน จัดทำโดย JSR Market Research เดือนกรกฎาคม 2561 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชายจำนวน 800 คน เพศหญิง 200 คน ระบุว่า 70% ของชาวอิหร่านเชื่อว่าปัญหาผมร่วงมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม 24% ของชาวอิหร่านเลือกที่จะมีชีวิตที่สั้นลงเพื่อแลกกับผมที่เสียไป หรือแลกกับการที่จะไม่ต้องหัวล้าน โดยผมร่วงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด (41%) รองลงมาคือกลิ่นตัว(28%) ในขณะที่ปัญหาน้ำหนักเกินและปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์มีความกังวลในระดับเดียวกัน (14%)
ขณะที่ผลสำรวจใน แอฟริกาใต้ จัดทำโดย Plus 94 Research ในปี 2556 โดยสำรวจผู้ชายจำนวน 600 คนในช่วงอายุ 20-65 ปี ระบุว่า เกือบ 40% ของผู้ชายในผลสำรวจเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาผมร่วง เกือบ 40% ของผู้ชายตอบว่าปัญหาผมร่วงน่ากังวลกว่าปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 34% ตอบว่าปัญหาผมร่วงส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองของพวกเขา 25% ตอบว่าปัญหาผมร่วงจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในสังคมของพวกเขา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี