วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์แก่ราษฎรผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น วรรณะ อันได้แก่ “เรือพระราชทานเวชพาหน์”ที่เกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลและพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อราษฎรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำ โดยเห็นว่าในหลายตำบลยังไม่มีทางหลวงเชื่อมต่อจังหวัด แม้จะสามารถเดินทางทางน้ำได้ก็ห่างไกลจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดมาก ถ้าเจ็บป่วยต้องรักษาพยาบาลแผนโบราณซึ่งไม่ค่อยได้ผลในโรคหลายอย่าง จึงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บริษัท อู่เรือกรุงเทพฯ จำกัด ต่อเรือยนต์ขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อให้สภากาชาดไทยใช้เป็นหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลทางน้ำ โดยพระราชทานชื่อว่า “เวชพาหน์” และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีพระราชทานเรือ เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2498 ณ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร โดยออกปฏิบัติงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มกราคม-17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2498ที่จังหวัดนนทบุรี
ตราบจนปัจจุบันเป็นเวลาถึง 63 ปี ที่สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ ได้สานต่อพระราชปณิธานนำเรือพระราชทานเวชพาหน์ออกปฏิบัติงานให้บริการตรวจรักษาประชาชนตามพระราชประสงค์ทุกประการ ดังข้อความที่เขียนติดไว้ด้านข้างเรือ ความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเรือลำนี้ เมื่อ พ.ศ.2498เพื่อใช้บรรเทาทุกข์และรักษาประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าใดๆทั้งสิ้น” โดยปีนี้ได้ทำพิธีปล่อยเรือพระราชทานเวชพาหน์ครั้งที่ 153 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ณ ท่าวาสุกรี และได้ออกปฏิบัติการตรวจรักษาโรคทั่วไป การฝังเข็มประยุกต์ ตรวจรักษาทางทันตกรรม รวมทั้งให้ความรู้ด้านสุขศึกษา การป้องกันโรค และมอบชุดของขวัญแก่ประชาชนในอำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2561
พญ.วรางคณา ทองคำใส ประธานโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เรือพระราชทานเวชพาหน์ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “เวลาออกให้บริการจะมีชาวบ้านมารับบริการจำนวนมาก จนบางครั้งคนไข้อาจจะต้องรอนานๆ แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่คือ พอคนไข้รู้ว่าเรือลำนี้เป็นเรือที่พระราชทานมาจากความห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ท่าน ชาวบ้านก็ออกมารอกันแต่เช้า และยินดีรอเพื่อที่จะได้รับการบริการรักษาจากเรือพระราชทานเวชพาหน์ลำนี้”
ยายละเอียด แย้มสูงเนิน อายุ 78 ปี ผู้มารับบริการ เปิดเผยว่า “รู้ข่าวจากผู้ใหญ่บ้านว่าเรือของสภากาชาดไทยจะมาที่วัดสีกุกก็ตั้งใจมาให้ได้ วันนี้ได้มีโอกาสมารับชุดของขวัญ ได้ตรวจโรคทั่วไป ได้รับยารักษาก็รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้รับของจากสภากาชาดไทย แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับชุดของขวัญก็จะมาดูเรือ อยากมาเห็นเรือของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะคิดถึงพระองค์ท่าน”
ต่อจากนี้ สภากาชาดไทยจะยังคงนำเรือพระราชทานเวชพาหน์ออกปฏิบัติภารกิจบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือประชาชนริมฝั่งน้ำเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ให้คงอยู่สืบไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี