วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่งเสริมนโยบายผลักดันงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ด้านนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้คิดค้นเทคโนโลยีการสกัด “เซซามิน” พบว่าสารสกัดนี้มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของข้อเข่าและช่วยสร้างสมดุลภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ภาคเอกชนที่ได้รับสิทธิ์ในเทคโนโลยีนี้ สามารถทำรายได้ถึง 300 ล้านบาท ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และได้มอบค่าสิทธิฯให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมูลค่าสะสมกว่า 11 ล้านบาท
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ประธานในการแถลงข่าวและรับมอบค่าสิทธิเทคโนโลยี (Royalty Fee) ปี 2560 จำนวน 3,300,000 บาท จากสารสกัดเซซามิน (วันที่ 26 ตุลาคม 2561) ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิศาลวาจา มช. กล่าวว่า แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัย ของ มช.ระยะที่ 12 ตั้งแต่พ.ศ.2560 ถึง พ.ศ.2564 มุ่งเน้นการพัฒนามหาวิทยาลัยเชิงรุกใน 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน (Environment and Energy) ด้านอาหารและสุขภาพ (Food and Health) และด้านนวัตกรรมล้านนา(Lanna Innovation) ซึ่งมีเป้าหมายในการพัฒนางานวิจัย เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ รองอธิการบดี กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยมีกลไกสนับสนุนงานวิจัยให้ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มุ่งเน้นการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยในเชิงบูรณาการและตอบโจทย์ตามความต้องการของภาคเอกชนและสังคมมากขึ้น โดยอาศัยองค์ความรู้ที่หลากหลายสหสาขาวิชา มีกลไกการประเมินศักยภาพในการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ กระบวนการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมาย การพัฒนาผลงานวิจัยให้พร้อมสำหรับส่งต่อไปยังภาคเอกชน หรือใช้ประโยชน์ต่อสังคม
ทั้งนี้ โดยผ่านหน่วยงานสนับสนุนภายในที่ช่วยให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ อาทิ หน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ ส่วนงานวิจัยรับใช้สังคม และล่าสุดมหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง Angkaew Holding Company เพื่อร่วมทุนและสนับสนุนธุรกิจ Start-ups หรือ Spin-offs ที่ใช้นวัตกรรมหรือทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ”
ในส่วนของสารสกัดเซซามิน (Sesamin Extraction) นั้น เป็นผลงานของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศสังกัดภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้ศึกษาและวิจัยงานเกี่ยวกับเซซามินและยื่นคำขอรับความคุ้มครองทั้งในและต่างประเทศตั้งแต่ปี 2552 ต่อมาได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนนำไปผลิตและจำหน่าย ในปี 2554 เป็นต้นมา ซึ่งภาคเอกชนสามารถทำรายได้ถึง 300 ล้านบาท และจ่ายตอบแทนให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กว่า 11 ล้านบาท
สำหรับแผนการวิจัยเรื่องเซซามินต่อไปในอนาคตนั้น ศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา กล่าวว่า จะศึกษากลไกการออกฤทธิ์ในเชิงลึกที่มากขึ้น อาทิ กลไกในการยับยั้งโรคมะเร็ง การส่งผลต่อเซลล์ประสาท และการเสริมภูมิคุ้มกันต่อร่างกาย กอปรกับ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีในท้องตลาดให้มีคุณสมบัติในการเสริมอาหารที่ดีขึ้นและมีความหลากหลายด้วยการหาสารออกฤทธิ์จากสารสกัดเมล็ดส้ม มะนาว นำมาเสริมกับผลิตภัณฑ์เซซามินที่มีในปัจจุบัน
อนึ่ง เซซามิน เป็นสารลิกแนน ชนิดหนึ่งในงาดำที่มีปริมาณมากที่สุด ซึ่งพบว่ามีคุณสมบัติในการช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยลดอนุมูลอิสระและต้านอนุมูลอิสระสูง และจากงานวิจัยพบว่าสารดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยป้องกันและยับยั้งการทำงานของสารที่มีชื่อว่า อินเตอร์ลิวคินน-1 เบต้า ซึ่งเป็นตัวเร่งและกระตุ้นให้เกิดการทำลายเส้นใยคอลลาเจนและสารชีวโมเลกุลต่างๆ ของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี