สสส.-กรมเด็กฯ-สวท.ผนึกกำลัง  เตรียมพร้อมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคม

สสส.-กรมเด็กฯ-สวท.ผนึกกำลัง เตรียมพร้อมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ร่วมกับ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวท.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานรองรับเด็กของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ภายใต้ “โครงการเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคมอย่างเป็นสุข” ในสถานรองรับเด็กนำร่อง 5 แห่ง กำหนดระยะเวลาดำเนินกิจกรรม 3 ปี พร้อมตั้งเป้าขยายผลไปยังสถานรองรับเด็กทั้ง 16 แห่งทั่วประเทศ หวังให้เด็กและเยาวชนที่พ้นจากการดูแลมีคุณภาพสามารถเลี้ยงดูตนเองได้ เป็นบุคลากรของประเทศที่มีคุณภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ โดยพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมกรมกิจการเด็กและเยาวชน

ดร.สมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)กล่าวว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนในสถานรองรับเด็กหรือที่เราเคยเรียกกันว่าสถานสงเคราะห์ ตั้งแต่แรกเกิดถึง 18 ปี จำนวน 30 แห่งทั่วประเทศ มีเด็กในความอุปการะกว่า 8,000 คน ซึ่งเมื่อเด็กเหล่านี้มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์จะไม่สามารถพักอาศัยอยู่ในสถานรองรับเด็กได้อีกต่อไป จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กและเยาวชนในสถานรองรับเด็กให้ก้าวออกสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้เด็กมีความรู้ความสามารถหรือทักษะทางอาชีพที่จะเลี้ยงดูตนเองได้ในอนาคต ไม่เป็นภาระหรือสร้างปัญหาให้กับสังคม


“ดย. ได้ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์กรมกิจการเด็กและเยาวชน ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2560-2564) ในการมุ่งเสริมทักษะชีวิตให้เด็กและเยาวชนตามช่วงวัย โดยเน้นการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มุ่งให้เกิดวินัยและคุณธรรม มีความรับผิดชอบเรื่องการดูแลสุขภาพทางเพศ และมีความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา ซึ่ง สวท. และ สสส. ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะทำให้ดำเนินไปได้ตามแผน จึงเกิดเป็นความร่วมมือภายใต้โครงการเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคมอย่างเป็นสุขในการเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคม เน้นพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนพึ่งพิงตนเองได้โดยจะดำเนินกิจกรรมใน 5 สถานรองรับเด็กนำร่อง 5 แห่ง หากประสบความสำเร็จจะได้ขยายผลไปยังสถานสงเคราะห์อื่นๆ อีก 16 แห่งทั่วประเทศ อันจะช่วยให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีคุณภาพออกสู่สังคม ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงลงได้จำนวนมาก”

ด้าน ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวท.) กล่าวว่า สวท. ตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคม โดยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและสังคมให้แก่เด็กและเยาวชนในสถานรองรับเด็กเพื่อลดภาวะที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ช่วยให้มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต มีทักษะการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งโครงการนี้เน้น 3 เรื่อง คือ พัฒนากระบวนการและชุดความรู้สำหรับการพัฒนาระบบคุณภาพสถานรองรับเด็กนำร่อง 5 แห่ง ให้เป็นต้นแบบขยายผลไปสู่สถานรองรับอื่นๆจนครบ 16 แห่ง พัฒนาบุคลากรผู้รับผิดชอบการปฏิบัติงานในระบบบริการหลักของสถานรองรับเด็ก และ สนับสนุนให้สถานรองรับเด็กเป้าหมายทั้ง 5 แห่ง เป็นสถานสงเคราะห์เปิด โดยดำเนินการให้สถานรองรับเด็กทำงานแบบมีส่วนรวมกับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงการมีบุคลากรดูแลเด็กที่มีศักยภาพ 4 ด้าน คือ ด้านการเรียนรู้ ด้านการดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยด้านนันทนาการ และด้านการศึกษาและวิชาชีพ

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และพัฒนาศักยภาพในการพึ่งตนเอง สสส.มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนสนับสนุนโครงการเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคมอย่างเป็นสุข โดยมุ่งหวังที่จะเกิดการพัฒนาคุณภาพสถานรับรองเด็ก โดยเน้นผลลัพธ์ที่ตัวเด็กและเยาวชน เกิดสถานรองรับเด็กต้นแบบ ที่สามารถขยายผลไปสู่สถานรองรับเด็กอื่นๆ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรในระบบบริการหลักของสถานรองรับเด็กให้มีความรู้ความสามารถในการเตรียมเด็กและเยาวชนออกสู่สังคม โดยมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างเหมาะสมเพื่อให้เด็กและเยาวชนคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมภายนอกและมีความพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไปในอนาคต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top