543.jpg
ผบ.ฉก.นราธิวาส ใช้อำนาจอัยการศึก ยกระดับมาตรการ คุมเข้มขั้นสูงสุด

ผบ.ฉก.นราธิวาส ใช้อำนาจอัยการศึก ยกระดับมาตรการ คุมเข้มขั้นสูงสุด

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.09 น.

24 กรกฎาคม 2569 รายงานความคืบหน้าจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ กรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 นาย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกคำสั่งกฎอัยการศึก บังคับใช้มาตรการทางยุทธการและการรักษาความสงบเรียบร้อยระดับเข้มข้นทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส ดังต่อไปนี้


คำสั่งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 131 / 2567 เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในการปิดล้อม ตรวจค้น และรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในจังหวัดนราธิวาส

ตามที่ได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรเป็นประมุข ลงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2559 ให้ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาลาจักร ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550 ต่อมาได้มีพระบรมราชโองการประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ และให้ใช้กฎอัยการศึกโนบางเขตพื้นที่ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. 2550 โดยให้ใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทุกอำเภอ นั้น

โดยปรากฏว่า มีการก่อเหตุความรุนแรงโดยการลอบยิงและไข้วัตถุระเบิด ต่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 18.50 น. เหตุเกิดที่ หมู่ที่ 7 บ้านตลาด ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และ กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ อยู่ภายในพื้นที่ภายในจังหวัดนราธิวาส อันอาจสร้างความอันตรายต่อชีวิต
ละทรัพย์สินของประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุความรุนแรง เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในชีวิตร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน และความสงบเรียบร้อย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6, มาตรา 8, มาตรา 9, มาตรา 11 และมาตราชบัญญัติกฏอัยการศึก พุทธศักราช 2457 และคำสั่งกองทัพภาคที่ 4 ที่ 790/2568 หน้าที่ทหารให้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติกฏอัยการศึก พ.ศ.2457 จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติการดังต่อไปนี้

1.เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ใช้อำนาจตามบัญญัติกฏอัยการศึก พ.ศ. 2457 ในการตั้งจุดตรวจค้นในเส้นทางสาธารณะ ตรวจค้นยานพาหนะมีอำนาจในการค้นเคหสถาน ที่เชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ และมีอำนาจจับกุบกุมและกักตัวผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยในการเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ

2.ในการใช้อำนาจ ตรวจค้น จับกุม ตามข้อ 1 นั้น ให้ดำเนินการตามแนวทาง คำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๕//๕๐ ลง ๓ มี.ค.๕๐ เรื่อง กฎการใช้กำลังของกองทัพไทย อนผนวก ๒ กฎการใช้กำลังเฉพาะการปฏิบัติการทางบกในการรักษาความมั่นคงภายใน ประกอบ ผนวก ข กฎการใช้กำลังเอพาะโนการใช้กำลังทางบก โดยสามารถใช้อาวุธเมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรง ที่มีพฤติการณ์จะก่อภยันตรายต่อกำลังพลฝ้ายทหารได้ทันที ภายใต้หลักการความจำเป็นและความได้สัดส่วน

3. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการทางยุทธการการรักษาความสงบเรียบร้อยและด้าบความมั่นคงใบพื้นที่ โดยการใช้อำนาจใบการตรวจค้น ตามมาตรา 4 การห้ามตามมาตรา 11 การจับกุมและกักตัว ตามมาตรา 15 ทวิ ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 และใช้อำนาจอื่น ๆ ตาม มาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ตามความเหมาะสมแห่งสถานการณ์ เพื่อการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุความรุนแรง ให้เกิดความสงเรียบร้อย และรักษาความสงบในพื้นที่

4.ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

5.การมีผลบังคับใช้ตามคำสั่งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เป็นอย่างอื่นทั้งนี้

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้การยกระดับมาตรการในครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดในการกระชับพื้นที่เพื่อกดดัน ล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส อย่างสูงสุด.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top