‘ทำเพื่อมวลมนุษยชาติ’แรงบันดาลใจในการทำงาน  4 หมอผู้ได้รับพระราชทานรางวัล‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล’

‘ทำเพื่อมวลมนุษยชาติ’แรงบันดาลใจในการทำงาน 4 หมอผู้ได้รับพระราชทานรางวัล‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล’

วันจันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ในปีนี้ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี สาขาการแพทย์ 2 ท่าน ได้แก่ ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์ (Professor Brian J. Druker) และ ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง (Professor Dr.Mary-Claire King) ผู้ค้นพบยีนที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม สาขาการสาธารณสุข 2 ท่าน ได้แก่ ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์ (Professor John D. Clemens) และ ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน (Professor Jan R. Holmgren) ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้ได้รับรางวัลและผู้มาร่วมงานความตอนหนึ่งว่า “การศึกษาวิจัยดังกล่าว กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ได้ ต้องใช้เวลา ความอุตสาหะ เสียสละอย่างสูงแต่ผลสำเร็จที่ได้รับก็เป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติอย่างไม่อาจประมาณได้ ดั่งเช่นผลงานของ ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์ ในการพัฒนายาต้นแบบสำหรับรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล ผลงานของ ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง ในการค้นพบยีนที่เป็นสาเหตุของการเป็นโรคมะเร็งเต้านม และผลงานของ ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์ และ ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน ในการพัฒนาวัคซีนชนิดกิน ป้องกันอหิวาตกโรค พร้อมทั้งเสนอแนวทางการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความชื่นชมด้วยอย่างยิ่งกับท่านทั้ง 4 ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ และได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปีนี้”


ทั้งนี้ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ได้เผยความรู้สึกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ พร้อมเผยถึงแรงบันดาลใจในการทำงาน เริ่มจาก ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์ ผู้ได้รับรางวัลในสาขาการแพทย์ ผลงานการพัฒนายาต้นแบบรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า “อิมาทินิบ” สำหรับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะต้องมีการตรวจพันธุกรรมเพื่อคัดกรองมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอลไม่ว่าจะเป็นมะเร็งช่วงแรกหรือระยะร้ายแรง การตรวจพันธุกรรมจะสามารถป้องกันและหาแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้ ปัจจุบันมีหลายประเทศมีศักยภาพในการตรวจพันธุกรรมนี้มากขึ้น รวมทั้งประเทศไทยที่มีการตั้งสถาบันพันธุกรรม ในอนาคตการตรวจพันธุกรรมจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยรักษาโรคมะเร็ง

“ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการรักษาด้วยเคมีบำบัด ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวแม้จะได้ผลดีแต่ก็ยังมีผลข้างเคียงและอาการแทรกซ้อน เนื่องจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดไม่เข้าไปทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งเท่านั้น และยังทำให้เซลล์ดีในบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ยาอิมาทินิบ เป็นยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดซีเอ็มแอลแบบมุ่งเป้า จะมีผลกระทบค่อนข้างน้อย ทำให้คนไข้มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ผู้ป่วยที่ไม่ได้ใช้ยาชนิดนี้ปกติจะมีชีวิตได้ไม่เกิน 3-5 ปี แต่เมื่อได้รับยาอิมาทินิบคนไข้ร้อยละ 95 มีอายุยืนยาวกว่า 5 ปี ซึ่งถือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่และอนาคตจะขยายไปยังมะเร็งชนิดอื่นๆ การได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง สำหรับแรงบันดาลใจในการทำงานของตัวเองคือการที่อยากจะช่วยผู้ป่วย ให้มีชีวิตยืนยาว ผมทำงานในคลินิกมา 20 ปี เห็นผู้ป่วยที่หายแล้วได้กลับบ้านมีชีวิตตามปกติ มีลูกมีหลาน ทำให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป นอกจากนี้ในการทำงานต้องทำงานอย่างมีความสุข และมีความอยากรู้อยากเห็น”

ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง ผู้ได้รับรางวัลในสาขาการแพทย์ ผู้ค้นพบยีน BRCA1 ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม กล่าวว่า “สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยง คือ ผู้ที่มีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม เพราะจากการค้นพบยีน BRCA1 เป็นสิ่งยืนยันได้ว่ามะเร็งเต้านมสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีการ ยีน เทสติ้ง เหมือนที่นักแสดงชื่อดังอย่าง แองเจลินา โจลี ทำ ก็เป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันมะเร็งเต้านม หรือหากพบว่ามียีน BRCA1 ก็จะได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดหรือหาแนวทางการรักษาได้อย่างทันท่วงที การได้รับรางวัลในครั้งนี้รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งในการทำงานตนเองมีแรงบันดาลใจ คือ การคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม อยากเห็นคนไข้มะเร็งเต้านมหายจากอาการป่วย อีกส่วนหนึ่งคือความอยากรู้อยากเห็น อยากทำสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับคนไข้ของตัวเองและมวลมนุษยชาติ ในการทำงานต้องทำด้วยความรักและใส่ใจในสิ่งที่เราทำ ซึ่งส่งผลให้มีแรงตื่นมาตอนเช้าที่จะทำงานในทุกวัน”

ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์ และ ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน ผู้ได้รับรางวัลในสาขาการสาธารณสุข โดยทั้งสองท่านได้ร่วมกันค้นคว้าวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคชนิดกิน ที่มีชื่อว่า “ชานชอล” (Shanchol) เป็นผลสำเร็จ จนองค์การอนามัยโลกให้การยอมรับและแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิดนี้แทนวัคซีนชนิดฉีด และช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลกจากโรคอหิวาตกโรค ซึ่งทั้งสองท่านเผยว่า อหิวาตกโรคเป็นโรคที่เกิดกับคนยากจนเป็นส่วนใหญ่ และผู้คนเหล่านั้นไม่มีทางเลือกที่จะป้องกันตัวเองจากโรคนี้ได้ จากการศึกษาแนวคิดเรื่องภูมิคุ้มกันอาศัยหมู่ในบังกลาเทศ โดยการให้วัคซีนกับประชากรเพียงร้อยละ 60 ของชุมชน สามารถช่วยป้องกันการระบาดของโรคได้ เราจึงมีความหวังว่าโรคอหิวาตกโรคจะหมดไปจากโลกนี้ภายในปี 2030 สำหรับแรงบันดาลใจในการทำงานทั้งสองท่านบอกว่า การได้ช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ยากไร้หายจากโรคต่างๆ และการได้นำทฤษฎีต่างๆ ที่วิจัยพัฒนานำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างได้ผล ผู้คนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดี คือสิ่งที่ทั้งสองท่านภาคภูมิใจ และเป็นกำลังใจให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการทำงานด้วยความสุข ทำให้เป็นเหมือนงานอดิเรกจึงทำให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน

ภายหลังพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 ในวันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในงานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2561 พร้อมคู่สมรส ในการนี้มี คณะองคมนตรี นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในพระบรมมหาราชวัง

ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์
ศ.นพ.ไบรอัน เจ. ดรูเคอร์
ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน
ศ.นพ.ยอน อาร์. โฮล์มเกรน
ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง
ศ.ดร.แมรี่ แคลร์ คิง
ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์
ศ.นพ.จอห์น ดี. คลีเมนส์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top