วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อผู้คนในเมืองใหญ่จำเป็นต้องคุ้นเคยกับปัญหาวิกฤติฝุ่น PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้เจ้าฝุ่นจิ๋วเหล่านี้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กลับส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและสุขภาพมากมายอย่างคาดไม่ถึง เกิดกระแสตื่นตัวและเฝ้าระวังให้ปลอดภัยจากฝุ่น หน้ากากป้องกันฝุ่นขายดีจนขาดตลาด หลายโรงเรียนประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราว และออฟฟิศบางแห่งประกาศให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสมลพิษเหล่านี้ เมื่อเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วเราควรทำอย่างไรถึงจะเข้าใจและปลอดภัยจากฝุ่นจิ๋ว PM2.5
ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล หรือ หมอแอน ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้โรคหืดและโรคระบบหายใจโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเผยว่า สาเหตุที่ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นอันตรายต่อร่างกายก็เพราะว่าเจ้าฝุ่นจิ๋วเหล่านี้มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมเสียอีก เล็กจนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถกรองได้เมื่อไม่สามารถกรองได้ฝุ่นเหล่านี้จึงเข้าสู่ร่างกายเราได้ง่ายเป็นพิเศษผ่านการหายใจเข้าไปสู่เส้นเลือดและสามารถแพร่กระจายไปสู่อวัยวะต่างๆ รวมถึงสมอง แถมยังเป็นพาหะนำสารอันตรายต่างๆ เช่น ปรอทโลหะหนักแคดเมียม ฯลฯ เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสารอันตรายเหล่านี้เองที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ
“ปัญหาสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะระบบทางเดินหายใจของร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อหลายระบบของร่างกาย โดยแบ่งออกเป็นระยะต้นกับระยะปลาย ระยะต้นคือมีอาการเฉียบพลันหรือภายใน 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่สัมผัส โดยมีอาการตั้งแต่ทางเดินหายใจส่วนบนได้แก่ จาม มีน้ำมูก คัดจมูก แสบคอ คันตาไปจนถึงทางเดินหายใจส่วนล่าง ได้แก่ ไอแน่นหน้าอก และหอบ หรือมีอาการทางผิวหนัง ได้แก่ คัน ผื่นขึ้น หน้าบวม ส่วนระยะปลาย คือมีอาการหลังจากสัมผัสฝุ่นละอองเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน เกิน 5 ปีขึ้นไป โดยอาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งปอดได้ และยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากคนที่ไม่เคยเป็นโรคภูมิแพ้อาจกลายเป็นโรคภูมิแพ้ได้ในอนาคต”
จากการศึกษาพบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย หรือคิดเป็น 46% ของประชากรทั้งประเทศ โดยอาการโรคภูมิแพ้ที่พบในคนไทยมากที่สุด ได้แก่ คัดจมูก รองลงมาคือ น้ำมูกไหล จาม และคัน ตามลำดับ ซึ่งกว่า 70% ของผู้ป่วยมีอาการทั้งทางจมูกและทางตา ไม่เพียงเท่านั้นเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่แข็งแรงยิ่งเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจมากกว่าผู้ใหญ่ โดยปัจจุบันเด็กในกรุงเทพมหานครป่วยเป็นโรคจมูกอักเสบถึง 43.6% รองลงมาคือโรคจมูกและเยื่อบุตาอักเสบ ผื่นผิวหนังเรื้อรังโรคหืด และโรคหืดขั้นรุนแรงตามลำดับ โดยส่วนมากมักพบผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจในกลุ่มเด็กช่วงอนุบาลจนถึงปฐมวัย

นอกจากนี้ โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นอาการแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ไข้หวัด หอบหืด ไซนัสอักเสบ เป็นต้น ตลอดจนปัญหาการนอนหลับไม่เพียงพอ อ้าปากหายใจ นอนกรน ไปจนถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนไม่รู้เรื่อง หรือทำงานได้ลดลง”
ศ.พญ.อรพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิตกลางแจ้งในช่วงนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสฝุ่น PM2.5 หรือสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะออกไปข้างนอก
“ควรอยู่ในบ้านหรืออาคารที่มีเครื่องปรับอากาศ และปิดประตู หน้าต่างให้สนิทเพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้ามา อีกทั้งควรใช้เครื่องกรองอากาศเพื่อปรับคุณภาพอากาศภายในบ้านให้ดียิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เพราะจริงๆ แล้วภายในห้องปิดที่อากาศไม่สามารถถ่ายเทหมุนเวียนยังพบตัวการสำคัญอื่นๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แบคทีเรียสปอร์เชื้อราไรฝุ่น ขนและรังแคของสัตว์เลี้ยง เป็นต้น”
รัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่แฝงตัวอยู่ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนังชุดเครื่องนอน ผ้าม่าน พรม และถ้าบ้านไหนมีเด็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยยิ่งต้องใส่ใจความสะอาดเป็นพิเศษ เพราะสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ที่อยู่ในอากาศอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในครอบครัวได้
“การเลือกใช้เครื่องกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง ที่สามารถขจัดสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กถึง 0.0024 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM2.5 ถึง 1,000 เท่าได้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราอยู่ในอาคารบ้านเรือนและปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรียสปอร์เชื้อรา ที่เป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยได้เช่นกัน อีกทั้งนวัตกรรมที่ก้าวล้ำที่สามารถควบคุมการทำงานเครื่องกรองอากาศผ่านสมาร์ทโฟน หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ช่วยให้ควบคุมการทำงานของเครื่องกรองอากาศได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอพพลิเคชั่น ตลอดจนตรวจสอบคุณภาพอากาศทั้งในและนอกบ้าน ปรับความแรงลมโดยอัตโนมัติตามปริมาณสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ยิ่งช่วยให้คุณมั่นใจว่าอากาศภายในบ้านจะปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัวมากขึ้น”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี